ชีวิตการบำเพ็ญเพียรของชั้นปีที่สามเข้าสู่สภาวะปกติ เวลากำลังล่วงเลยอย่างเชื่องช้าและเรียบง่าย
อันหลินสร้างเสถียรภาพให้กับพลังยุทธ์ของตนแล้ว เริ่มก้าวเข้าสู่ระดับขั้นที่สูงกว่าแล้ว
ขั้นต่อไปก็คือศึกษาวิชาของตนแล้ว เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนจะสร้างวิชารูปแบบไหนออกมา
แต่ในฐานะที่อันหลินเป็นเซียนกระบี่ การมีวิชาจำพวกหมื่นกระบี่ระดมยิง หรือวิชาประเภทปราณกระบี่โลดแล่นอะไรเทือกนั้น มันจึงจะเหมาะสมกับฐานะของเขา
เพื่อการบรรลุวิชาของตน เขาจึงมองอาทิตย์ขึ้นอาทิตย์ตก นั่งสมาธิภายใต้ท้องฟ้ายามราตรี รำกระบี่ใต้ธารน้ำตก ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ทำหมดแล้ว
แต่ทว่าก็ยังไม่ได้ผลอยู่ดี
“เจ้าอัปลักษณ์ เจ้าว่าข้าศึกษาผิดวิธีหรือไม่ ไยยืนหยัดมาหลายวันแล้วกลับไม่มีผลอะไรเลย” อันหลินระบายความในใจ
เจ้าอัปลักษณ์เกาขนลิงบนศีรษะ พูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่า “จะพูดว่าวิธีการไม่ถูกก็ไม่ใช่เสียทีเดียว ต้องการสร้างวิชาของตน โดยปกติแล้วตัวเองจำต้องเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ สถานที่ที่ค่อนข้างมีความสุนทรี มีประโยชน์ต่อการบรรลุวิชาของตน”
“การหยั่งรู้วิชาของตนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย อย่างไรเสีย มันเป็นสันปันน้ำที่ใหญ่โตโอฬาร นักพรตหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายตั้งมากมายที่ชีวิตนี้ไม่อาจบรรลุวิชาของตนได้ ฉะนั้นพี่อันอย่าใจร้อนเกินไปเลยนะ”
เมื่ออันหลินได้ฟังก็เสียวสันหลังวาบทันที
เกิดคุณสมบัติของเขาไม่ดี ต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการศึกษาวิชาของตน