“อะไรนะ เจ้า…เจ้าบอกว่าเจ้าคือเสิ่นอิงหรือ!”
สวีเสี่ยวหลานเบิกตากว้าง ใบหน้ามีแต่ความตกใจ พูดจาก็เริ่มตะกุกตะกักขึ้นมา
อันหลิน เจ้าอัปลักษณ์และต้าไป๋ที่บาดเจ็บล้มอยู่กับพื้นก็มองหญิงชุดขาวที่อยู่ไม่ไกลอย่างสับสนงุนงงเช่นกัน
เสิ่นอิง? ล้อกันเล่นหรือเปล่า!
สุสานมังกรเหมันต์เป็นหลุมฝังศพของมังกรเสิ่นอิงไม่ใช่หรือ
หากผู้เฝ้าสุสานของตำหนักสวรรค์เป็นเสิ่นอิงละก็ เท่ากับว่านางสร้างสุสานให้ตัวเองแล้วมาเป็นผู้เฝ้าสุสานเล่นๆ น่ะสิ
เล่นแบบนี้ได้ที่ไหนกัน!
หญิงชุดขาวพยักหน้าจริงจัง ตอบคำถามของสวีเสี่ยวหลานอย่างหนักแน่น “ข้านี่แหละเสิ่นอิง เจ้าของสุสานมังกรแห่งนี้”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
อันหลิน ต้าไป๋และเจ้าอัปลักษณ์ “…”
ไม่สนใจปฏิกิริยาของทุกคน หญิงชุดขาวสะบัดมือ ค่ายกลรักษาขนาดใหญ่ผุดขึ้นมา รักษาอาการบาดเจ็บของทุกคน
“การทดสอบพลังต่อสู้ในครั้งนี้ แค่เพียงต้านทานข้าได้เกินสิบอึดใจก็ถือว่าผ่านแล้ว ตั้งแต่ข้าลงมือแต่แรกจนถึงตอนที่สนทนากับสหายสวีเสี่ยวหลาน ผ่านมาสิบสองอึดใจแล้ว ฉะนั้นยินดีกับพวกเจ้าด้วยที่ผ่านการทดสอบพลังต่อสู้” หญิงสาวที่เรียกตัวเองว่าเสิ่นอิงพูดยิ้มๆ
พวกอันหลินได้ยินก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง เสิ่นอิงเป็นถึงยอดฝีมือระดับหวนสู่ความว่างเปล่า อยากเอาชนะนางนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ การต่อสู้ก่อนหน้านี้มาย้อนคิดตอนนี้ยังนึกพรั่นใจ
การรักษาของค่ายกลยังคงดำเนินต่อไป อาการบาดเจ็บของพวกอันหลิน