ายไปนานแล้วสินะ” อันหลินโพล่งขึ้นมา
ชายผมแดงสั่นไปทั้งตัว จ้องชายคนตรงหน้าไม่พูดไม่จา
“สัตว์เลี้ยงในกระเป๋าข้าบอก มันบอกเจ้าไม่มีแหล่งพลังชีวิตแล้ว มีชีวิตด้วยการอาศัยประคำปราณอัคคี” อันหลินพูดต่อ
“สัตว์เลี้ยงของเจ้าร้ายกาจจริงๆ…”
ร่างของชายชุดแดงค่อยๆ ละลาย ผิวหนังกลายเป็นหินหนืดสีแดงหยดลงพื้น
อันหลินเห็นเขาเริ่มละลายแล้ว จึงรีบถามทันทีว่า “ผู้เฝ้าสุสานอีกสามคนที่เหลือเป็นเหมือนเจ้าหรือไม่”
“หึ…เจ้าลองเดาสิ” ร่างของชายผมแดงละลายเร็วยิ่งขึ้น แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้มแห่งการหลุดพ้น
ผลุบ ร่างกายของเขากลายเป็นหินหนืดร้อนระอุร่วงลงพื้น
อันหลิน “…”
ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์วิ่งออกมา พวกมันสูญเสียพลังงานอย่างแสนสาหัส กลับเข้าไปกินหินวิญญาณในแหวนมิติแล้ว
เจ้าอัปลักษณ์กับต้าไป๋ก็เดินเข้ามา พวกมันต่างก็บาดเจ็บทั้งคู่ โดยเฉพาะเจ้าอัปลักษณ์ที่ถูกระเบิดจนขนไหม้เกรียม
อันหลินให้ยาบำรุงเลือดลมแก่พวกมัน ยาวิเศษที่เรียกกำลังบำรุงเลือดแบบนี้ เขาเตรียมไว้ไม่น้อยเลย
หลังศึกใหญ่ผ่านไป เขาก็ได้ของรางวัลมาสมดังใจ
ประคำปราณอัคคีบริเวณหัวใจของชายผมแดงกำลังลอยอยู่กลางอากาศ และส่องแสงสีแดง
สวีเสี่ยวหลานก้าวเข้ามา กำประคำปราณอัคคีแล้วตรวจสอบพลังภายในด้วยความสงสัย
“ช่างเป็นพลังไฟที่เข้มข้นยิ่งนัก แทบจะเทียบเท่าประคำประจำสำนักข้าแล้ว ถึงว่าเป็นศูนย์กลางของนักพรตแปลงจิตขั้นปลาย ยามเจ้าใช้มันต้องระวังตัวหน่อยนะ หากควบคุมไ