์แบบ…”
“สหายสวีเสี่ยวหลาน หยกวิญญาณสี่ฤดูของตำหนักนี้ยกให้เจ้าแล้วกัน”
เหนียนจวินพูดแล้วหยิบอัญมณีสีมรกต เหลือง แดงและขาว ยื่นให้สวีเสี่ยวหลาน
สวีเสี่ยวหลานมองหยกวิญญาณสี่ฤดูอึ้งๆ ติดอยู่ในภวังค์ความตกใจ
รูปแบบเปลี่ยนจากมรดกเป็นมอบอัญมณีหรือ ความรู้สึกแบบนี้ไม่เลวเหมือนกัน…
อันหลินเบิกตากว้าง มุมปากกระตุก เหมือนมีมีดปักกลางใจ
นี่มันเรื่องบ้าอะไรอีกแล้ว! ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ก็มอบอัญมณีให้แบบนี้เลยเหรอ!
จากนั้นแววตาของเขาก็เริ่มเลื่อนลอย เราเป็นใคร ทำไมเราต้องมาที่นี่ เรามาที่นี่เพราะอะไร
เขาคิดว่านอกจากตัวเองจะเป็นตัวประกอบที่ทำหน้าที่ตกใจที่นี่แล้ว เหมือนจะไม่มีอะไรให้ทำแล้ว
“ภารกิจของข้าสำเร็จแล้ว แถมยังทำได้ดีมากทีเดียว…” เหนียนจวินหันหน้ามองสวีเสี่ยวหลานแวบหนึ่งด้วยรอยยิ้ม “ข้าก็ต้องไปแล้ว แล้วพบกันใหม่”
พูดจบเหนียนจวินก็เหาะขึ้นฟ้า ไปจากตำหนักหลังนี้
ต้าไป๋กับเจ้าอัปลักษณ์เคยชินกับเรื่องราวแบบนี้แล้ว ใบหน้าจึงเรียบเฉยและยอมจำนนต่อชะตา
“ข้าคิดว่าอัญมณีนี่ชักนำพลังทั้งหมดในร่างกายของข้า!” สวีเสี่ยวหลานนัยน์ตาเป็นประกาย ขณะเดียวกันหยกสี่ฤดูในมือของนางก็ระเบิดลำแสงที่สว่างไสวแตกต่างกันสี่ชนิด
จากนั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที “กริ๊ด! ข้าสัมผัสได้ว่าพลังภายในร่างกายกำลังผสานกัน กำลังเพิ่มพูน…”
อันหลินได้ยินก็เริ่มเป็นห่วง พูดเสียงร้อนรนว่า “เสี่ยวหลาน ทำใจดีๆ ไว้! มีตรงไหนไม่