“ให้ตายสิ ถูกมองข้ามไปจริงๆ ด้วย! ดูถูกกันเกินไปแล้ว!”
ตลอดการแข่งขัน สามคนจากสวนเอเดนไม่แม้แต่จะมองพวกมันเลยด้วยซ้ำ ท่าทีที่ดูถูกเย้ยหยันเช่นนี้ ทำให้หงโต้วจวนจะเหลืออดแล้ว
ส่วนตงเยี่ยนกลับไม่แสดงทีท่าว่าโมโหมากนัก เพียงพ่นลมหายใจอย่างทุกข์ระทม พูดเอื่อยๆ ว่า “ข้าคำนวณดูแล้ว ตอนนี้คะแนนรวมของพวกเราคือเจ็ดสิบสองคะแนน แต่คะแนนของสรวงสวรรค์สูงที่สุด ได้เจ็ดสิบหกคะแนน ตอนนี้ในเทือกเขาจงหลงมีจอกศักดิ์สิทธิ์โลหะอีกสองใบ และจอกศักดิ์สิทธิ์ทองอีกหนึ่งใบ ซึ่งหมายความว่า…พวกเราต้องชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดมาให้ได้ ถึงจะมีโอกาสคว้าที่หนึ่ง…”
มุมปากหงโต้วกระตุกเมื่อได้ยิน รู้สึกว่าอนาคตช่างยากเย็น มันเป็นภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถึงว่าก่อนหน้านี้ออกัสจึงได้บอกว่าพวกมันหมดหวังแล้ว
แต่มันยังคงไม่พอใจ ทำท่าราวกับ ‘ข้าจะพลิกฟ้า แม้นฟ้าถล่มมาทับข้า’ พูดเสียงเกรี้ยวว่า “หึ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือทั้งหมดมาให้ได้!”
หากจะบอกว่าหงโต้วพูดประโยคนี้กับหงเยี่ยน สู้บอกว่าให้กำลังใจตัวเองจะดีกว่า
“ยินดีด้วย สรวงสวรรค์ได้ไปหนึ่งคะแนน”
เสียงประกาศดังขึ้นในอากาศอีกครั้ง
ตงเยี่ยน “…”
หงโต้วอ้าปากกว้าง บัดนี้นัยน์ตาแดงก่ำดุจเลือดเลื่อนลอยอย่างยิ่ง
“การประลองนี้ แข่งต่อไม่ได้แล้ว…”
…
ภายในถ้ำแห่งหนึ่ง
ที่นี่เต็มไปด้วยค่ายกลอำพรางกลิ่นอาย
นักบวชสองรูปกำลังนั่งหายใจหอบอยู