“อันหลิน หลิวเชียนฮ่วน อาเธอร์ตกรบ ได้สามคะแนน!”
เสียงของวาเนสซ่าดังขึ้น ยาที่อาเธอร์ผู้น่าสงสารปรุงขึ้นแก้พิษไม่ได้ ตกรอบพร้อมกับพวกอันหลิน
เหล่านักเรียนในจัตุรัสเห็นว่ากลุ่มอิทธิพลสรวงสวรรค์เสียยอดขุนพลไปถึงสองรายในพริบตา ก็คับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง
อาจารย์ผู้ที่ทำหน้าถ่ายทอดวิชายาอายุวัฒนะกุมขมับ ใบหน้าหม่นหมอง
หลังอันหลินกับหลิวเชียนฮ่วนถูกส่งตัวออกมา สภาพย่ำแย่ทั้งหลายแหล่ก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง
“ฟู่ว…เกือบไปแล้ว เมื่อครู่รู้สึกเหมือนตัวเองจะตายเพราะพิษแล้วจริงๆ” อันหลินพูดอย่างหวาดหวั่น
“นั่นสิ รสชาติของการถูกพิษเล่นงานมันทรมานจริงๆ ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงทำให้ข้าสิ้นหวัง ต่อไปข้าจะตั้งใจเรียนวิชายาอายุวัฒนะ” หลิวเชียนฮ่วนกำมือแน่น พูดอย่างเด็ดเดี่ยว
พวกเขาสองคนตกรอบ แต่การแข่งขันยังไม่จบ เพราะยังมีตัวเต็งอย่างศิษย์พี่หวังที่ยังยืนหยัดอยู่
อันหลินเบนสายตามองหน้าจอผลึกหิน พวกเขาถึงด่านที่ห้าแล้ว
ด่านที่ห้าจัดขึ้นในโบราณสถานเซียนแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีอสูรร้ายเพ่นพ่าน มีกับดักนับไม่ถ้วน
หวังเสวียนจ้านอาศัยความสามารถที่แก่กล้าและการตอบสนองที่ระแวดระวังและฉับไว ผ่านไปได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
ด่านนี้ทำให้เชอรีล ชิงซินและชิงจือตกรอบ
หวงส่านกับตงเยี่ยนทำได้ดีเป็นอย่างยิ่ง พวกมันไวต่ออันตรายแต่กำเนิด หลบหลีกกลไกที่ซุกซ่อนอยู่ในที่ลับได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อถึงด่านที่หก ตัวแทนเหลือเพียงสี่คนคือ