ขณะที่อันหลินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เซวียนหยวนเฉิงก็มาอีกครั้ง
“สหายอันหลิน เมื่อครู่ข้าเจอทังซือหยวน ข้าเดาได้จากอากัปกิริยาของนาง การสนทนาก่อนหน้านี้ของพวกเจ้าทั้งสองสุขใจเป็นอย่างมาก รีบเล่าความคืบหน้าของพวกเจ้าให้ข้าฟังหน่อย” เซวียนหยวนเฉิงมองอันหลินด้วยสายตาที่อ่อนโยน แต่ความสงสัยบนใบหน้าปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด
เมื่ออันหลินได้ยินก็อึดอัดใจขึ้นมาอีก
สนทนาอย่างสุขใจเหรอ นางน่ะสุขใจอยู่หรอก แต่ฉันโมโหจนเกือบทำอะไรไม่ถูกแล้วไหมเล่า!
“ก็ใช้ได้ ตอนนี้ข้ากับนางเป็นแค่สหายธรรมดา” อันหลินพยายามฝืนยิ้ม พูดอย่างขอไปที
เซวียนหยวนเฉิงตบไหล่อันหลินปุๆ แววตาเปี่ยมด้วยการให้กำลังใจ “สู้เขาสหายอันหลิน เจ้าต้องหาความสุขของตัวเองเจอแน่!”
อันหลินพยักหน้า เขาคิดว่าเซวียนหยวนเฉิงแลดูจะใส่ใจปัญหาด้านความรู้สึกของเขามากเกินเหตุไปหน่อยแล้ว
แต่เขาก็ไม่คิดอะไรมาก อย่างไรเสียเรื่องระหว่างเขากับทังซือหยวนก็สิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้ได้เวลาขยับตัวไปเที่ยวเล่นที่อื่น ผ่อนคลายตัวเองสักหน่อย
อืม…ไปไหนดีล่ะ
อันหลินนึกถึงธารน้ำตกพันจั้งแห่งยอดเขาแสงสวรรค์ สถานที่แห่งนั้นมีทิวทัศน์พิเศษ คิดว่าอาณาบริเวณโดยรอบน่าจะสนุกมากทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเริ่มขี่ก้อนอิฐมุ่งสู่ยอดเขาแสงสวรรค์เพียงลำพัง
คุณถามถึงต้าไป๋กับเจ้าอัปลักษณ์เหรอ
ต้าไป๋กำลังนอนหลับอุตุ
ส่วนเจ้าอัปลักษณ์คาดว่าน่าจะปีนขึ้นไปทำสมาธิบนต้นไม้สักต้น เพราะการบำเพ