ขียวชอุ่มไปมาเป็นการทักทาย
ต้าไป๋ไม่มีปัญหากับการเรียงลำดับแบบนี้ เพียงแค่ถามอย่างสงสัยว่า “แล้วเจ้าอัปลักษณ์เล่า มันเป็นพี่รองหรือ”
เจ้าอัปลักษณ์ได้ฟังก็เกาหัวอย่างเก้อเขินแล้วพูดว่า “ข้ายังไม่ได้ทำพันธะสัญญาสัตว์เลี้ยงกับพี่อันเลย”
อันหลินลูบตัวเจ้าอัปลักษณ์ที่อยู่บนไหล่ “ช่วงนี้ยุ่งเหลือเกิน ข้ากับเจ้าอัปลักษณ์ไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย”
ต้าไป๋ดีใจ “ฮ่าๆ งั้นข้าก็เป็นพี่รองล่ะสิ! เจ้าอัปลักษณ์รีบทำพันธะสัญญากับเจ้านายเร็วเข้า เช่นนั้นชะตาของพวกเจ้าก็จะเชื่อมต่อกัน เส้นทางแห่งอนาคตต้องไม่มีที่สิ้นสุดแน่นอน ถ้าไม่ติดตามเจ้านายเจ้าจะต้องเสียใจทีหลังแน่!”
อันหลินยิ้มน้อยๆ อย่างไม่ยี่หระ แต่กลับเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ‘ต้าไป๋ ทำได้ดี! กำลังเสริมแบบนี้…ฉันไม่รู้เลยว่าจะชมแกอย่างไรเลย!’
ความคิดของต้าไป๋บริสุทธิ์ยิ่งนัก ชัดเจนว่าอยากมีน้องสามเพิ่มอีกคน เช่นนั้นมันก็จะได้เป็นพี่รองแล้ว
ใบหน้าของเจ้าอัปลักษณ์ลังเลเล็กน้อย ดวงตาสุกใสดุจโคมไฟจ้องมองอันหลิน พูดเสียงประหม่าว่า “แต่ว่าข้า…ข้าจะไหวจริงหรือ”
วีรกรรมเรื่องเล่าของอันหลิน จากการได้คลุกคลีในระยะเวลานี้ เจ้าอัปลักษณ์ได้รู้ไม่น้อยเลย
ด้วยเหตุนี้มันจึงเข้าใจว่า นับจากนี้ไปอันหลินต้องเป็นบุคคลยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเป็นแน่ บุคคลยิ่งใหญ่เช่นนี้จะรับมันเป็นสัตว์เลี้ยงจริงหรือ
เมื่อเห็นเจ้าอัปลักษณ์ไม่มีความมั่นใจ แสดงอาการน้อยเนื้อ