กปรือขึ้นมา แต่การประลองมีประโยชน์ต่อการเพิ่มความสามารถในการรบ มันไม่ปฏิเสธหรอก
“ดีมาก ข้าเริ่มละนะ!”
อันหลินถือกระบี่แก้วสีทองพุ่งใส่เจ้าอัปลักษณ์ ลำแสงสีทองเจิดจ้ามากมายหลายเส้นถูกสะบัดปล่อยออกมา
เจ้าอัปลักษณ์มองลำแสงเหล่านี้ ซึ่งให้ความรู้สึกอันตรายกับมัน ในใจก็อดตกใจไม่ได้
ต้องรู้ว่า อันหลินเพิ่งอยู่ในระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นต้น ส่วนมันเลื่อนเข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายแล้ว
ต่างกันสองขั้น แต่อันหลินสามารถปล่อยกระบี่พิฆาตที่มีภัยคุกคามต่อมันได้แล้ว จะไม่ให้มันตะลึงได้อย่างไร
เจ้าอัปลักษณ์ไม่กล้าประมาทเลยแม้แต่นิด มือถือกระบองเงิน เริ่มประลองกับอันหลินอย่างสุดความสามารถ
ตูมๆ ๆ
บริเวณที่ทั้งสองต่อสู้กันเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวประดุจระเบิด ผืนดินในรัศมีสิบจั้งแตกระแหง เศษก้อนหินกระเด็นกระดอนไปทั่ว
กระบี่ของอันหลินปรวนแปรคาดเดาได้ยาก ประณีตยิ่งนัก เจ้าอัปลักษณ์ยิ่งสู้ก็ยิ่งพรั่นพรึง
หากเทียบกันทั้งพลังและความเร็วของทั้งคู่แล้ว แน่นอนว่าเจ้าอัปลักษณ์เหนือกว่าอันหลินไม่น้อยเลย
แต่ระยะห่างนั้น กลับถูกอันหลินใช้เพลงกระบี่อันน่ากลัวทดแทน
ทว่าเจ้าอัปลักษณ์เป็นสัตว์ภูตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลาย เมื่อเทียบปริมาณพลังปราณกับอันหลินแล้ว มันมากกว่าหนึ่งเท่า ด้วยเหตุนี้ในตอนนี้ เจ้าอัปลักษณ์ยังคงได้เปรียบอยู่ดี
อันหลินยิ่งสู้ก็ยิ่งสบายอุรา อิ่มเอมใจเป็นอย่างมาก
นี่ต่างหากที่ที่เป็นเ