ขาก็ตอบตามความจริงว่า “ใช่แล้ว ใต้เท้าเทียนอวี่มักจะฝึกวาดรูปบนยอดเขาเมฆา คนทั่วไปไม่มีสิทธิ์ขึ้นไป”
ฝึกวาดรูป? วาดรูปนกกระเรียนมงกุฎแดงที่ตลกๆ ตัวนั้นน่ะเหรอ
ท่าทางจะไม่ผิดแน่ เป็นนางแน่นอน
มุมปากของอันหลินกระตุก เขาเป็นคนทั่วไปที่เจียงอันหลานกล่าวถึง แต่ทว่า เขาไม่ใช่แค่บุกเข้าไปในสวนของผู้อื่น แต่ยังพูดจาเยาะเย้ยผลงานศิลปะด้วย…
ให้ตายเถอะ…ถ้ากลับไปที่นั่นอีกละก็ ต้องจบเห่แน่!
เมื่อหวนคิดถึงท่าทางที่หลินจวิ้นจวิ้นอยากจัดการเขา เหงื่อกาฬก็ผุดขึ้นมา
ไม่ได้ จะไปไม่ได้เด็ดขาด!
“โอ๊ย!”
อันหลินกุมท้องตัวเองอย่างเจ็บปวด ทรุดตัวนั่งลงช้าๆ
“หือ สหายอันหลิน เจ้าเป็นอะไรไป” เจียงอันหลานเห็นดังนั้นก็วิ่งเข้าไป ถามด้วยความเป็นห่วง
“จู่ๆ ข้าก็รู้สึกไม่ค่อยสบายท้อง แถมแข้งขายังอ่อนเปลี้ยด้วย เดินไม่ไหวแล้ว! พวกเจ้าขึ้นเขาเมฆาไปเถอะ ข้าไม่ไปแล้ว ข้าขอพักสักเดี๋ยว!” สีหน้าของอันหลินเจ็บปวด พูดจาอย่างยากลำบาก
เจียงอันหลานยกมือขึ้นลูบท้องอันหลิน ไม่นานกระแสอุ่นก็หลั่งไหลไปทั่วร่างกายของอันหลิน
จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว “น่าแปลก สหายอันหลิน ข้าไม่พบโรคอะไรในร่างกายของเจ้า หรืออาการผิดปกติอย่างอื่นเลย”
“อาจเป็นเพราะในโบราณสถานมีของสกปรกกระมัง” อันหลินหรี่ตา ทำหน้าเหยเก
เจียงอันหลานได้ฟังก็ตกใจ “เช่นนั้นยิ่งรอไม่ได้ไปกันใหญ่ ดูถูกสารพิษในโบราณสถานไม่ได้เป็นอันขาด ใต้เท้าเทียนอวี่มีศาสตร์แพทย์แก่กล้า ไป ข้า