เมื่อไป๋หลิงพูดถึงมิติศูนย์กลาง มุมปากของเขาก็กระตุกอีกครั้ง
ยังดีที่เจ้านี่มีฟังก์ชันทะลุมิติ ไม่อย่างนั้นเขาคงคิดว่าตัวเองทะเล่อทะล่าเข้ามาในมิติของเทพเจ้าเสียแล้ว
“ลำดับต่อไป แสงแห่งศูนย์กลางจะมาประทับยังร่างของพวกเจ้า”
“พวกเจ้าจะมีโอกาสได้รับการสืบทอดบางส่วนเช่นเดียวกันหมด มันขึ้นอยู่กับวาสนาของพวกเจ้า”
ไป๋หลิงพูดพลางยิ้มบางๆ
จู่ๆ ลูกบอลสีดำก็สาดลำแสงใส่พวกเขา
ซุนเซิ่งเหลียนขมวดคิ้ว หลับตาแน่น
คนที่เหลือในม่านแสงต่างก็ตะลึงงัน
เจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า ใบหน้าสับสนงุนงง
“ขอแสดงความยินดีกับแม่นางท่านนี้ โชคดีได้รับการสืบทอดแห่งธาตุทอง” ไป๋หลิงพูดกับซุนเซิ่งเหลียนยิ้มๆ
“แล้วพวกเราล่ะ” ลั่วจื่อผิงที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวพูดอย่างน้อยอกน้อยใจ
“พวกเจ้าไม่ได้รางวัลอย่างไรเล่า” ไป๋หลิงพูดอย่างไม่ยี่หระ
เมื่อทุกคนได้ฟังก็ทำหน้าเสียดาย วิธีการสืบทอดแบบนี้มันช่าง…
รู้สึกเหมือนดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต สุดท้ายกลับต้องมาจับฉลากดุจเล่นหวยขูด ไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย
โลกหมุนขึ้นมาอีกครั้ง ทุกคนกลับมายังลานทดสอบเดิม ซุนเซิ่งเหลียนก็ลืมตาขึ้น ใบหน้าแสดงอาการดีใจ
“เป็นอย่างไรบ้างสหายซุน เจ้าได้การสืบทอดอะไร” อันหลินถามด้วยความสงสัย
“อืม…จะว่าอย่างไรดีล่ะ เป็นการตระหนักรู้ของอารยธรรมดาวม่วงที่มีต่อธาตุทอง”
“ที่สำคัญคือเกี่ยวข้องกับพลังแห่งสายพันธุ์ เป็นตัวกระตุ้นได้ดีนัก มีประโยชน์ต่อการศึกษาวิชากระบี่ของ