ภายในลานบ้าน ดวงจันทร์ลอยเด่น เกิดริ้วคลื่นกระเพื่อมบนผิวน้ำของบ่อบัว
ในศาลาแห่งหนึ่ง อันหลินนั่งอยู่บนเก้าอี้ จดจ้องขุมพลังสัตว์บนโต๊ะอย่างเคร่งเครียด
ข้างๆ เขาคือสวีเสี่ยวหลาน เซวียนหยวนเฉิง ซูเฉี่ยนอวิ๋นและเจ้าอัปลักษณ์ ที่กำลังมองเขาด้วยสีหน้าลุ้นระทึก
เซวียนหยวนเฉิงเกลี้ยกล่อมจนปากเปียกปากแฉะ “สหายอันหลิน มีความในใจอะไรคุยกับหัวหน้าห้องได้ ไยต้องคิดสั้น ทำเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ด้วยเล่า”
ใบหน้างามล่มเมืองของซูเฉี่ยนอวิ๋นก็เต็มไปด้วยความตกใจ “สหายอันหลิน ใช่ว่าจะกินได้ทุกอย่าง นั่นมันขุมพลังสัตว์นะ ดีไม่ดีกินแล้วอาจจะระเบิดก็ได้!”
ราชาวานรเนตรทองก็เกาหัวเกาขนวานรบนศีรษะ และพูดเช่นเดียวกันว่า “เมื่อหกปีก่อน ราชาแรดจอมตะกละแห่งแดนสัตว์ของพวกเรา ก็เผลอกลืนขุมพลังสัตว์ลงไประหว่างที่กินจระเข้ดึกดำบรรพ์ลงท้องนี่แหละ”
“จากนั้นก็ระเบิดดังตูม”
“ตอนนี้หญ้าตรงหลุมศพของมันสูงหนึ่งจั้งแล้ว”
อันหลิน “…”
เดิมทีเขาอยากเรียกคนพวกนี้มาช่วยคุ้มกันเขา ไยตอนนี้ถึงทำเอาตนตึงเครียดขึ้นทุกทีเล่า
สวีเสี่ยวหลานยืนมือเท้าเอว ใบหน้าขาวผ่องดุจหยกขาวแสดงอาการกลัดกลุ้ม
บนหัวของนางมีดอกไม้สีแดง
เสี่ยวหงร้องไห้สะอึกสะอื้น หากเจ้านายตายมันก็อยู่ไม่ได้แล้วเช่นกัน แต่ก็จนใจเพราะเจ้านายเอาแต่รนหาที่ตาย
อันหลินเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง มักจะทำเรื่องประหลาดและน่าตกใจ และอธิบายไม่ได้ว่าเพราะอะไร
“ได้ เจ้าดื้อเช่นนี้ ครั้งนี้ข