จว่า “เจ้าดูสิ นักพรตคนนี้พูดเช่นนี้แล้ว เรื่องนี้จะโทษข้าอีกหรือ”
แต่ทว่า สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ สายตาของราชาปีศาจสามคนที่เหลือเยือกเย็นกว่าเดิม
ถึงขั้นว่า แผ่รังสีอำมหิตแล้ว!
“แม้แต่นักพรตมนุษย์ยังเข้าข้างเจ้า พวกเจ้าช่างสนิทสนมกันเหลือเกิน…”
ราชาปีศาจอำมหิตแค่นยิ้มแล้วพูดขึ้นมาช้าๆ กระบี่ของเขาเริ่มมีไอทมิฬลอยออกมาแล้ว
จิตสังหารของราชาปีศาจอีกสองคนก็เริ่มพลุ่งพล่าน เห็นได้ชัดว่าพร้อมจะลงมือแล้ว
แต่เป้าหมายไม่ใช่นักพรตมนุษย์ แต่เป็นราชาปีศาจปัญญา…
ราชาปีศาจปัญญาน้ำตารื้นชื้น เขารู้สึกว่าตัวเองถูกใส่ร้ายป้ายสี ต่อให้มีร้อยปากก็แก้ต่างลำบาก
จากนั้น เถียนหลิงหลิงทำท่าเหมือนความแตก ตะโกนลั่นว่า “ท่านลุงปัญญา ในเมื่อความแตกแล้ว ท่านเลิกเล่นละครได้แล้ว รีบมาจัดการราชาปีศาจสามคนนั้นกับพวกเราเถอะ ไม่ต้องห่วง พวกเขาหนีไม่พ้นแน่!”
เมื่อราชาปีศาจปัญญาได้ยินก็แน่นหน้าอก ราวกับมีสัตว์นับหมื่นตัวเหยียบย่ำผ่านไป
เล่นละครงั้นหรือ ข้าเล่นละครที่ไหนกัน!
ไหนจะเรียกว่าท่านลุงปัญญาอีก
บัดซบ การทักทายแบบนี้ จะทำข้าตายเอานะ!
“หึๆ ราชาปีศาจปัญญา…เล่นละครได้ดีนี่ ตอนนี้ยังทำหน้าเป็นผู้บริสุทธิ์อีก แสดงได้สมจริงยิ่งนัก” ราชาปีศาจอำมหิตชูกระบี่ขึ้นสูงพร้อมกับแสยะยิ้ม
“ประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ ไม่คิดว่าเจ้าจะซ่อนได้แนบเนียนเช่นนี้…” กะโหลกสีเลือดของราชาปีศาจอนยะปล่อยลำแสงสีแดงอันน่าสะพรึงออกมา
“อดพูดไม่ได้จริง