จ เพื่อเป็นค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการซื้อของครั้งนี้
เมื่อเขาเห็นเถียนหลิงหลิงกอดหินวิญญาณ กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงอย่างมีความสุข ก็จมอยู่ในภวังค์ความคิด
นักพรตบนโลกใบนี้…ยากจนขนาดนี้จริงๆ เหรอ
อันหลินเก็บสินค้าทั้งหมดใส่แหวนมิติ จากนั้นก็เดินไปเปิดม่านที่ประตูระเบียง
บนท้องฟ้ามีเมฆดำปกคลุมไปทั่ว เมื่อมองออกไปมันช่างมืดสลัว
ภายในชั้นเมฆหนา เป็นเสียงฟ้าคำรามดังทุ้ม
“ฟ้าผ่าแล้ว ฝนตกแล้ว ท่าทางคงต้องอยู่แต่ในโรงแรมซะแล้ว”
เถียนหลิงหลิงนอนแผ่บนเตียง แกว่งขาเรียวได้สัดส่วนไปมา พร้อมกับพูดเสียงหวาน
อันหลินมองปรากฏการณ์บนท้องฟ้า เมื่อได้ยินหญิงสาวข้างหลังพูดว่าฟ้าผ่า จู่ๆ ก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นในใจ
ความคิดนี้รุนแรงอย่างยิ่ง ทำให้เกิดความคิดอยากเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมาก…
…
บนดาดฟ้าของตึกสูง ลมพัดกรรโชก สายฝนเทกระหน่ำ
เซวียนหยวนเฉิง สวีเสี่ยวหลานและเถียนหลิงหลิง ต่างก็มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความกังวล
เซวียนหยวนเฉิงพูดอย่างสุภาพว่า “สหายอันหลิน ความคิดนี้อันตรายยิ่งนัก ข้าว่าเจ้าคิดใหม่เถอะ!”
สวีเสี่ยวหลานตะโกนด้วยความกังวลว่า “อันหลิน เจ้าทำเพื่ออะไร เอาชีวิตมาล้อเล่นแบบนี้ได้อย่างไร ฟังข้านะ เรากลับกันเถอะ!”
เถียนหลิงหลิงพูดเสียงตื่นเต้นว่า “นักพรตจอมปลอม นายมีหินวิญญาณอีกหรือเปล่า แบ่งมรดกก่อนดีไหม…เห็นแก่ที่ฉันรู้จักนาย เพิ่มหินวิญญาณให้อีกสิบก้อนได้ไหม”
เสี่ยวหงที่นอนคว่ำบนไหล่ของสวี