ทนของนักพรตกายแห่งมรรคขั้นสิบคือหินวิญญาณยี่สิบก้อนเท่านั้น เยอะกว่านี้ไม่ได้แล้ว!’
เซียนหญิงหยวนจื่อต้านพูดเสริมว่า ‘นั่นสิ เทพพยากรณ์ นายอยากได้หินวิญญาณจนบ้าไปแล้วเหรอ!’
เซียนหญิงเมิ่งอิน ‘หินวิญญาณห้าสิบก้อน ทำไมนายไม่ไปปล้นล่ะ เคยนึกถึงความรู้สึกของสหายอันบ้างหรือเปล่า’
อันหลินงงเป็นไก่ตาแตก
WTF! ทุกคนเคยนึกถึงความรู้สึกฉันบ้างไหม ฉันรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน!
เทพพยากรณ์ผู้แม่นยำ ‘ขอโทษทีสหายอันหลิน ฉันโลภมากไปหน่อย หินวิญญาณยี่สิบก้อนก็พอแล้ว ฉันเอาด้วย!’
อันหลินอยากบอกเหลือเกินว่า อันที่จริงไม่ต้องขอโทษหรอก…
ขณะนั้นเอง ผู้พิทักษ์โลกที่ไม่เคยโผล่หัวมาเลยก็พูดขึ้นมาว่า ‘ฉันเป็นนักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณ ขอหินวิญญาณแค่หนึ่งร้อยก้อนแล้วจะไปกับสหายอัน ได้โอกาสลองใช้อาวุธใหม่ที่เพิ่งไปขโมยได้พอดีเลย…’
อันหลินเบิกตากว้าง ใบหน้ามีแต่ความตะลึงงัน
คุณพระ หินวิญญาณร้อยก้อนก็จ้างนักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณได้แล้วเหรอ!
เซียนกระบี่ชิงเหอ ‘หินวิญญาณร้อยก้อนเหมือนกัน ฉันเอาด้วยคน!’
อันหลิน ‘…’
…
อันหลินที่คิดว่าจะหมดตูด เสียหินวิญญาณแค่ห้าร้อยก่อน ก็สามารถระดมนักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณสามคนกับนักพรตกายแห่งมรรคขั้นสิบสิบคนได้สำเร็จ…
เขาแหงนหน้ามองฟ้า รู้สึกสับสนยิ่งนัก
โลกเป็นอะไรไปกันหมด
เขามีเงินเยอะไป หรือนักพรตบนโลกนี้ยากจนเกินไป