ายล้วนผิวดำคล้ำ ลูกตาถูกควักออกไป เหลือเพียงเบ้าตา สีหน้าหวาดกลัว เห็นได้ชัดว่าตกใจกลัวกับอะไรบางอย่าง
ผู้ตายที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมเหล่านี้มีสิบเอ็ดคน อธิบดีโจวเจิ้งแห่งกรมตำรวจประจำมณฑลทำหน้าที่ตรวจสอบคดีด้วยตัวเอง แต่ไม่มีความคืบหน้าเลย กลับพบเรื่องไม่สมเหตุสมผลบางอย่างแทน
ตัวอย่างเช่นจะได้ยินเสียงประหลาดภายใต้หมู่บ้านหวงซียามค่ำคืน หรือมักมีไอสีดำที่อธิบายไม่ได้อบอวลไปทั่ว ทำเอาผู้คนอกสั่นขวัญแขวน
โจวเจิ้งเคยคลุกคลีกับคดีประเภทนี้มาบ้าง รู้ว่าพวกนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่เขาจะจัดการได้ จึงรายงานรัฐบาล หน่วยรบพิเศษของประเทศหาคนมาจัดการไม่ได้ จึงขอร้องให้นักพรตของแดนบำเพ็ญเซียนของจีนมาช่วยจัดการ
นักพรตหลินอี้แห่งภูเขาหลงหูกับเถียนหลิงหลิงรับการไหว้วาน
ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นในทิเบต นักพรตหลินอี้เจียดเวลามาไม่ได้ และเรื่องนี้ก็ปล่อยไว้ไม่ได้เช่นกัน
ไปๆ มาๆ สุดท้ายก็กลายเป็นคู่หูอย่างเถียนหลิงหลิงกับอันหลิน
เมื่ออ่านรายละเอียดของเอกสาร ประเมินคดีนี้ในขั้นต้นแล้ว อาจเกิดจากภูตผีระดับพลทหารหรือระดับแม่ทัพ
ซึ่งหมายความว่า ศัตรูอาจมีระดับพลังยุทธ์กายแห่งมรรคขั้นห้าถึงขั้นสิบ
สำหรับอันหลิน ยังอยู่ในขอบเขตที่จัดการได้ เขาจึงเก็บเอกสาร พูดกับเถียนหลิงหลิงยิ้มๆ ว่า
“ไป ไปหมู่บ้านหวงซีกันเถอะ!”
……………………………………