ื่องนี้…
ดังนั้น อันหลินจึงทำได้แค่ตอบตามความจริง
นักพรตจอมปลอมเสี่ยวอัน ‘อืม ก่อนไปสรวงสวรรค์ ฉันยังไม่เคยบำเพ็ญเซียนเลย ฮ่าๆ ตอนนี้พอมาคิดๆ ดูแล้ว ฉันเพิ่งเข้าสู่การบำเพ็ญเซียนได้แค่ครึ่งปี’
อันที่จริงอันหลินก็ค่อนข้างลำบากใจเหมือนกันที่ต้องพูดแบบนี้ คนที่เพิ่งสัมผัสการบำเพ็ญเซียนไม่ถึงครึ่งปีอย่างเขา กลับเป็นที่เคารพของนักพรตมากมายแบบนี้ แม้ว่าเขาจะหน้าด้านหน้าทน แต่ก็รับไม่ค่อยไหวเหมือนกัน
แต่ทว่า ไม่มีใครสนใจคำพูดของเขาหรอก ทุกคนพากันจดจ้องที่คำคำนั้น ‘ครึ่งปี!’
จินอวี้จื่อ ‘ขอบังอาจถามว่า ตอนนี้พลังยุทธ์ของสหายอันหลินถึงขั้นไหนแล้ว’
นักพรตจอมปลอมเสี่ยวอัน ‘เอ่อ ไม่สูงมากหรอก แค่กายแห่งมรรคขั้นเก้า’
เมื่อจินอวี้จื่อเห็นประโยคนี้ เลือดก็แทบพุ่งใส่หน้าจอ
ไม่สูงกับผีอะไร!
กลุ่มที่คึกคักครื้นเครงเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นเงียบกริบทันใด
นักพรตทุกคนต่างก็จดจ้องข้อความ ‘ครึ่งปี’ กับ ‘กายแห่งมรรคขั้นเก้า’ อย่างเหม่อลอย
เถียนหลิงหลิงโยนมือถือทิ้ง ถามสวีเสี่ยวหลานที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้นว่า “พี่หลานหลาน ขอถามอะไรอย่างสิ ตอนที่อันหลินไปสรวงสวรรค์พลังยุทธ์เป็นยังไงบ้าง แล้วตอนนี้ล่ะเป็นยังไง”
สวีเสี่ยวหลานได้ฟังก็ยิ้ม “ตอนที่มาเป็นกายแห่งมรรคขั้นศูนย์ ตอนนี้กายแห่งมรรคขั้นเก้าแล้ว เขาเป็นคนดังในสำนักบำเพ็ญเพียรความร่วมมือของเราเลยนะ เจ้าอย่าได้ดูถูกเขาเชียว!”
อันหลินส่ายหน้า เจ้าตัวอยู่น