ม่านรัตติกาลมาเยือน แสงดาวส่องสกาวระยิบระยับ
ด้านนอกสวน มีรถหรูรูปแบบแตกต่างกันออกไปจอดอยู่หลายสิบคัน
ภูเขาเขียวและน้ำสีครามโอบล้อมสวน ตรงกลางมีตำหนักที่สร้างจากอิฐขาว ภายในตำหนักมีแสงไฟสว่างโร่ เคล้าด้วยดนตรีอันไพเราะฟังสบาย
ที่นี่รวมผู้มีอิทธิพลของแต่ละแวดวงในตะวันตกเฉียงใต้ไว้
มียักษ์ใหญ่ในแวดวงการเมือง เศรษฐีระดับท็อปของวงการธุรกิจ และมีผู้นำของตระกูลชื่อดังบางส่วนด้วยเช่นกัน พวกเขาล้วนได้รับการเชื้อเชิญจากเจิ้งหงยี่แห่งสกุลเจิ้ง จึงมารวมตัวกันที่นี่
“รองนายกเทศมนตรีหลิว คุณก็มาด้วยเหรอ” ชายร่างอ้วนคนหนึ่ง เมื่อเห็นชายวัยกลางคนสวมแว่นตายืนอยู่ข้างหน้า ก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มทันที
เมื่อชายวัยกลางคนเห็นชายร่างอ้วนก็ยิ้มบางๆ “ครั้งนี้ ผมแค่มากับนายกเทศมนตรีฉินก็เท่านั้น”
ชายร่างอ้วนชื่อเหวยหรงฮุ่ย เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ช่วงนี้เพิ่งได้ที่ดินผืนใหญ่ในเมืองหรงเฉิง ครั้งนี้ได้เจอนายกเทศมนตรีฉินโดยบังเอิญ จึงครุ่นคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ตีสนิทเขาดีไหม
เหวยหรงฮุ่ยกับรองนายกเทศมนตรีคุยกันไม่กี่ประโยคแล้ว ก็เดินไปทางนายกเทศมนตรีฉิน
จากนั้น เขาก็เห็นชายร่างกำยำอายุราวๆ สี่สิบปีคนหนึ่ง กำลังยืนเงียบอยู่ข้างๆ
เอ๊ะ…คนคนนี้ดูคุ้นๆ
เหวยหรงฮุ่ยเดินเข้าไป ขอมองหน้าตรงสักหน่อย
ให้ตายเถอะ! นี่มันอธิบดีโจวเจิ้งแห่งกรมตำรวจไม่ใช่เหรอ
ช่วงนี้เขากำลังสาละวนอยู่กับคดีฆาตกรรมประหลาดขอ