ทำให้เขาสันทัดในด้านการเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเอง ไม่ยอมให้ความเกลียดชังปรากฏออกมาง่ายๆ
หึๆ แต่ในเมื่อเขามาปรากฏกายต่อหน้าข้าแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะถือโอกาสกำจัดขยะชิ้นนี้ทิ้งเลยก็แล้วกัน…
เว่ยจี๋แสยะยิ้มในใจ แต่ใบหน้ากลับแสดงสีหน้าอ่อนโยน ทำท่าทางผายมือ เอ่ยปากบอกว่า “สหายอันหลิน ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”
อันหลินเห็นว่าลมปราณของเว่ยจี๋ปะทุออกมาแล้ว จึงรู้ว่าศึกนี้เขาเลี่ยงไม่ได้
เขาคับข้องใจมาก ทำไมตอนที่เขาอยากเจอศัตรูกายแห่งมรรคขั้นเจ็ดสักคน กลับมีคู่ต่อสู้กายแห่งมรรคขั้นเก้าโผล่มากันนะ!
แต่ในเมื่อหลบเลี่ยงไม่ได้ งั้นก็รบเถอะ!
“สหายเว่ยจี๋ ฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”
ตราดอกบัวสีทอง ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของอันหลิน
บัดนี้ลมปราณของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หนักแน่นดุจขุนเขา ราวกับพลังใดก็ไม่อาจสะเทือนได้
รอบตัวเว่ยจี๋มีลมพัดหวีดหวิว ร่างกายของเขากลายเป็นเกราะแห่งสายลม กำปั้นฉายลำแสงสีขาววาบ มันเป็นลำแสงพลังงานที่ถือกำเนิดหลังความกดอากาศลดฮวบอย่างรุนแรง
ฟิ้ว!
เว่ยจี๋เคลื่อนไหวแล้ว เขารวดเร็วยิ่งยัก พุ่งเข้ามาประชิดอันหลินในพริบตา กำปั้นที่ปล่อยลำแสงสีขาว กระแทกใส่อันหลินอย่างไม่ปราณี
เขาใช้ท่าไม้ตายอันแสนภูมิใจตั้งแต่เริ่มต้น มันคือหมัดพิฆาตเวหา!
ลำแสงสีขาวบนกำปั้น จะระเบิดในชั่ววินาทีที่สัมผัสอันหลิน
อานุภาพของหมัดพิฆาตเวหานี้ สามารถทำให้ก้อนหินขนาดใหญ่แหลกละเอียดได้
เว่ยจี๋มั่นใจว่า หากอัน