เมื่อได้ยินอารัมภบทอันคุ้นเคย อันหลินจนปัญญาแล้ว เอ่ยปากอย่างปลงตกกับชีวิตว่า “เจ้าก็อยากมา ‘ฝากเนื้อฝากตัว’ กับข้าด้วยสินะ”
“ฝากเนื้อฝากตัวหรือ”
ชายคนนั้นชะงัก จากนั้นก็กวาดตามองนักเรียนที่แผ่จิตสังหารรอบๆ ทำท่าเหมือนเข้าใจอะไรขึ้นมาแล้ว
อันหลินถึงได้เบนสายตามองชายที่โผล่มากะทันหันคนนั้น
เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของชายคนนั้นแล้ว เขาก็แสดงอาการแปลกใจ
“เอ่อ ขออภัย จำผิดคนน่ะ”
ชายคนนั้นยิ้มแหะๆ แล้วหันหลัง
ต่อมา เขาก็เริ่มวิ่งหน้าตั้งไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงฝุ่นที่ถูกพัดขึ้นมา…
ข้างกายชายคนนั้น มีสุนัขสีขาวอีกตัว วิ่งไวกว่าเขาเสียอีก…
“จ้าวหวายหยิน เจ้าอย่าเห็นคนลำบากแล้วไม่ช่วยสิ!” อันหลินตะโกนอย่างสิ้นหวัง
คนที่โผล่มากะทันหันคนนั้น คือสหายคนที่อันหลินเจอในห้องกักตัวนั่นเอง
ตอนนี้เขาเผ่นแน่บไปแล้ว เพียงชั่วครู่ก็หายไปจากสายตาของอันหลิน…
เมื่อเห็นฉากนี้ จงเหวินที่ถือลูกตุ้มดาวตกก็หัวเราะเยาะ “ศิษย์น้องอันหลิน ต่อให้เจ้าตะโกนจนคอแตก ก็ไม่มีใครมาช่วยเจ้าหรอก ยอมมาประลองกับข้าแต่โดยดีเถอะ”
“ทั้งที่ข้ามาก่อนแท้ๆ ใครมาก่อนได้ก่อน ข้าลุยก่อน!” หลี่เจิ้งหยางที่ถือกระบี่สีชาดจ้องอันหลินเขม็ง เริ่มกระเหี้ยนกระหือรือแล้ว
“เจ้าลุยก่อนอะไรกัน หากเจ้าเข้าไป จัดการศิษย์น้องอันหลินจนพลังคุ้มกันแพ้รบออกมา แล้วพวกเราจะทำอย่างไร” เฉินซูเป่าพูดอย่างไม่พอใจ
“แต่หากพวกเราเข้าไปพร้อมกันล่ะก็ จะถูกตัดสิทธิ