้าไปในปากของเขา
อันหลินที่กลืนยาเลือดลมลงไปแล้ว ร่างกายที่ขาดน้ำได้รับการบำรุงอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาไม่ซีดเผือดอีก แต่มีเลือดฝาดขึ้นมา กลายเป็นแดงระเรื่อเล็กน้อย
ดวงตาไร้แววของอันหลิน ก็กลับมาสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นบัดนั้นเอง จากนั้นก็ส่งยิ้มที่ดูค่อนข้างฝืนให้สวีเสี่ยวหลาน พูดอย่างซาบซึ้งว่า “ขอบใจนะ”
เมื่อเห็นอันหลินกลับสู่สภาวะปกติแล้ว สวีเสี่ยวหลานก็โล่งอก พยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วสาวเท้าเข้าไปในห้อง
ทั้งสองต่างก็เลี่ยงหัวข้อที่ว่า ทำไมอันหลินจึงอยู่ในสภาพเช่นก่อนหน้านี้โดยปริยาย…
ต่างก็รู้ดีแก่ใจว่ามาจากสาเหตุอะไร
สวีเสี่ยวหลานเพราะรู้สึกผิด จึงไม่อยากกล่าวถึง
ส่วนอันหลินเป็นเพราะไร้เรี่ยวแรงจะซักไซ้ไล่เรียง อย่างไรเสียเขาก็ต้องกินจิตวิญญาณแห่งขุนเขาอยู่ดี มีผลข้างเคียงเขาก็ยอมรับว่าเขาเคราะห์ร้ายเอง
ทั้งสองคนนั่งลง สวีเสี่ยวหลานถ่ายทอดเนื้อหาที่เรียนในระยะนี้ให้กับเขา พร้อมกับบอกเนื้อหาที่เขาจำต้องทบทวนอย่างมีน้ำอดน้ำทน
ซ้ำยังนำสมุดค่ายกลที่บันทึกในคาบเรียนของนางออกมา อธิบายจุดที่ยากของเนื้อหาเป็นพิเศษอีกด้วย
อันหลินตัดสินใจแล้วว่า จะเปลี่ยนแปลงอันดับรั้งท้ายห้องหนึ่งของเขา จึงตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก
อันที่จริงเมื่อผ่านการพยายามเรียนรู้มาหลายเดือน เขาก็ค่อยๆ คุ้นชินกับชีวิตในสำนักบำเพ็ญเซียนบนแผ่นดินลอยฟ้าแห่งนี้แล้ว
อย่างน้อยก็ไม่ได้ปราศจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยว