“ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจิต จิตสามารถหล่อเลี้ยงวิญญาณ วิญญาณแปลงเป็นจิตได้ พวกเราต้องการจิตวิญญาณแห่งขุนเขา ต้องไปที่รวมตัวของพลังปราณก่อน”
สวีเสี่ยวหลานสวมชุดนักพรตสีขาว สาวเท้าเยื้องย่างอยู่ข้างหน้า พลางอธิบายให้อันหลินฟัง
กระพรวนล้ำค่าบนแถบคาดเอว ส่งเสียงดังกังวานตามการเคลื่อนไหวของนาง ประหนึ่งเสียงนกร้องขับขาน
“แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ตรงไหนเป็นแหล่งรวมพลังปราณ” อันหลินเอ่ยถาม
“ตอนนี้ระดับของเจ้าต่ำเกินไป ยังไม่มีความรู้สึกกับระดับความเข้มข้นของพลังปราณ ฉะนั้นเรื่องนี้ต้องพึ่งข้า เจ้าไม่รู้หรอก”
สวีเสี่ยวหลานหันมามองอันหลินแวบหนึ่ง ด้วยสีหน้าลำพองใจ
“ข้าระดับกายแห่งมรรคขั้นเจ็ดแล้ว เจ้าเองก็แค่ขั้นเก้า มีอะไรน่าอวดกัน”
เมื่อเห็นท่าทางของสวีเสี่ยวหลาน อันหลินก็รู้สึกไม่พอใจ โพล่งออกมาทันที
“นี่ ต้องขออภัย ข้าบรรลุกายแห่งมรรคขั้นสิบตั้งแต่เดือนก่อนแล้ว” สวีเสี่ยวหลานยิ้มกริ่มมองอันหลินที่พูดไม่ออก “มีแค่เจ้าที่เพิ่มพลังยุทธ์ได้ คนอื่นจะเพิ่มระดับพลังยุทธ์ไม่ได้งั้นหรือ”
อันหลินยืนนิ่งอยู่กับที่ จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา
ทำไมสวีเสี่ยวหลานมักจะทำร้ายคนโดยไม่รู้ตัวกันนะ…
อันหลินบำเพ็ญเพียรจากกายแห่งมรรคขั้นสามเป็นขั้นสี่ ใช้เวลาสามเดือน ส่วนการเพิ่มระดับพลังขั้นอื่นนั้น แท้จริงแล้วล้วนอาศัยโปรแกรมโกงมาทั้งสิ้น
แต่สวีเสี่ยวหลานเพิ่มระดับจากกายแห่งมรรคขั้นเก้าเป็นขั้นสิบ ใช้เ