ตอนที่อันหลินเข้าห้องเรียน ก็ดึงดูดสายตาของเหล่าอัจฉริยะทั้งหลายให้จับจ้อง
ไม่ใช่เพราะเขาหล่อเหลาปานนั้น แต่เพราะใบหน้าซีกซ้ายที่บวมเป่งของเขาต่างหาก
“อันหลิน ใครทำเจ้า บอกหัวหน้า หัวหน้าจะไปเอาคืนแทนเจ้า!”
เมื่อเห็นท่าทางอเนจอนาถของอันหลินแล้ว ใบหน้าของเซวียนหยวนเฉิงก็ฉายความโกรธเกรี้ยว พูดด้วยความไม่พอใจแทนเขา
อันหลินได้ฟังก็ส่ายหน้ารัวๆ “เปล่า…หัวหน้า ข้าแค่ไม่ระวังเลยหกล้มก็เท่านั้น…”
พูดจบ เขาก็เหลือบมองสวีเสี่ยวหลานที่อยู่ข้างหลังด้วยความหวาดกลัว
ใบหน้างดงามของสวีเสี่ยวหลานเฉยชา ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ไม่สนใจอันหลิน หาที่นั่งแล้วหย่อนก้นลงไปเพียงลำพัง
เซวียนหยวนเฉิงนัยน์ตาวาวโรจน์ ราวกับเข้าใจตื้นลึกหนาบางของเรื่องราว
เขาตบไหล่อันหลิน ปลอบใจว่า “ที่แท้ก็ความรุนแรงในครอบครัวนี่เอง สหายอันหลินลำบากจริงๆ…”
“พี่เฉิง…เห็นข้าอนาถเช่นนี้ ทำไมเจ้ายังถากถางข้าได้ลงคอ!”
ตอนนี้อันหลินปวดใบหน้าทุกครั้งที่เอ่ยปากพูด
ตอนนี้เขาฝืนเปิดปากคุยกับเซวียนหยวนเฉิง ซ้ำยังเป็นท่าทางที่ใบหน้าบิดเบี้ยวอีกด้วย
เซวียนหยวนเฉิงยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจ พูดให้กำลังใจด้วยความอ่อนโยนว่า “สหายอันหลิน เจ้าตั้งใจบำเพ็ญเพียร! ทางด้านพลังยุทธ์ พยายามเอาชนะสหายสวีเสี่ยวหลานให้ได้ แบบนี้ก็จะไม่ถูกรังแกแล้ว!”
มุมปากของอันหลินกระตุก สุดท้ายก็ทอดถอนหายใจ ถอดใจกับความคิดที่จะอธิบายต่อ
หลังเขาพยักหน้าให้เซวียนหยวนเฉิงแล้ว ก็ห