องอันหลินด้วยสีหน้าสะใจ พูดอย่างหน้าชื่นตาบาน
อันหลินถอนหายใจ “อย่างไรเสียนางก็ไม่มีทางชอบข้า คิดเรื่องพวกนี้มากไปก็ไม่มีประโยชน์”
“ยังดีที่เจ้าเจียมเนื้อเจียมตัว รีบลุกขึ้นมา ไปกินข้าว!” สวีเสี่ยวหลานตะโกน
อันหลินถึงได้รู้สึกตัวว่า ตอนนี้ท้องของเขาว่างเปล่า
“เจ้าก็ยังไม่ได้กินข้าวหรือ” อันหลินถาม
“ก็เพราะเรื่องบ้าๆ ของเจ้าน่ะสิ! ตอนแรกไปโรงอาหารแล้วแท้ๆ พอได้ยินว่าเจ้าเป็นลม จึงร้อนใจรีบมาดูแลเจ้า เจ้าว่า ข้าดีกับเจ้าขนาดนี้ เจ้าจะตอบแทนข้าอย่างไร” สวีเสี่ยวหลานกลอกตาใส่อันหลิน ฮึดฮัดในลำคอ
“เอาอย่างนี้ ข้ามอบชีวิตให้ดีไหม” อันหลินพูดพร้อมทำหน้าซาบซึ้งใจ
“ไปให้พ้น!”
…
ชีวิตของอันหลินกลับสู่สภาพปกติอีกครั้ง
วันเวลาผ่านไปแต่ละวัน ซูเฉี่ยนอวิ๋นยังคงมาเรียนภาษาจีนและภาษาอังกฤษกับเขา แต่กลับแอบรักษาระยะห่างกับเขา เห็นได้ชัดว่าเกิดความขัดข้องใจกับเรื่องก่อนหน้านี้
แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ อันหลินก็เป็นคนเดียวที่นางสามารถพูดคุยได้
เพราะซูเฉี่ยนอวิ๋นนอกจากบำเพ็ญเพียรแล้ว ก็มีเพียงฝึกฝนสองภาษานี้เท่านั้น เรื่องอื่นนางไม่สนใจเลยสักนิด
…
สามเดือนผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว
ค่ำคืนหนึ่ง พันธนาการบางอย่างในตัวอันหลิน ถูกพลังมหาศาลทลาย บรรลุกายแห่งมรรคขั้นสี่ได้สำเร็จ!
ราตรีนี้เรียกได้ว่าเป็นคืนที่อันหลินมีความสุขมากที่สุด
เขาพิสูจน์ด้วยความพยายามแล้วว่า เขาก็สามารถบำเพ็ญเซียนได้โดยไม่ต้องพึ่งระบบบ้าบอนี่ เ