ึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เขาลงทะเบียน ทดสอบระดับพลังยุทธ์วันนี้
มันทำให้นางเกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจอันหลิน รีบพูดขึ้นมาทันทีว่า “เจ้าเข้ามาแล้วค่อยๆ คุยกันเถอะ หากข้าช่วยได้ ข้าก็จะช่วยเต็มที่!”
“เอ๊ะ ได้เลย!” อันหลินเพิ่งจะรู้สึกผิดหวังที่เขาพลาดโอกาสดีๆ ไป ไม่คิดว่าสวีเสี่ยวหลานจะยื่นไมตรีมาให้เขาอีกครั้ง
คราวนี้เขาเรียนรู้แล้ว หลังตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก็รีบตกปากรับคำทันที
พอเข้ามาในห้อง สวีเสี่ยวหลานก็ชงชากาหนึ่งให้อันหลิน
อันหลินไม่รู้ชื่อชาชนิดนี้ ทว่าเพียงแค่กลิ่นชาลอยออกมาจากกา ก็ทำให้จิตใจของเขารู้สึกผ่อนคลายแล้ว
ทั้งสองคนนั่งคนละฝั่งของโต๊ะ จิบชาแล้วเริ่มคุยเรื่องจริงจังขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้เจ้าพูดเรื่องสำคัญมากของเจ้ามาได้แล้ว” ท่าทางของสวีเสี่ยวหลานงามสง่า มืองามคู่นั้นยกถ้วยชาขึ้น ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย จิบชาคำหนึ่ง พูดอย่างเยือกเย็น
“อืม” อันหลินพยักหน้า มองสวีเสี่ยวหลานอย่างจริงจัง
ไม่รู้ว่าบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาตอนไหน ทำให้สวีเสี่ยวหลานจริงจังขึ้นเล็กน้อย
อันหลินพูดว่า “ตอนนี้ข้ากำลังเจอกับอุปสรรคอย่างหนึ่ง”
สวีเสี่ยวหลานพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม บอกเป็นนัยว่าให้อันหลินพูดต่อ
“นั่นก็คือ ข้าบำเพ็ญเซียนไม่เป็นเลย เจ้าสอนข้าหน่อยได้ไหม”
“พรืด!” ชาที่สวี่เสี่ยวหลานเพิ่งดื่มเข้าไป พ่นใส่หน้าอันหลินทั้งหมดในพริบตา…
………………………………..
[1] อินเตอร์เฟซ คือ ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งาน