“รออีกเดี๋ยวเถิด” ปรมาจารย์หวินฉีจ้องเขม็งไปที่หลงเฉิน
แท้ที่จริงแล้วภายในจิตใจของปรมาจารย์หวินฉีกลับมีความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างถึงที่สุด หลงเฉินประสบผลสำเร็จในวิชาโอสถขั้นสูงที่ล้ำลึกเป็นอย่างมาก อันเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่สุดสำหรับเขา
เขาเคยชี้แนะหลงเฉินว่าให้เขามุ่งเน้นใช้ความพยายามทั้งหมดในชีวิตอยู่กับการเป็นผู้หลอมโอสถเพียงเท่านั้น เพราะด้วยคุณสมบัติเช่นเขาย่อมต้องเดินในหนทางแห่งผู้หลอมโอสถได้อีกยาวไกลอย่างแน่นอน
แต่มีช่วงที่ข่าวลือเรื่องพลังการต่อสู้อันโดเด่นของหลงเฉินได้แพร่สะพัดไปทั่ว ทำให้เขาไม่อาจยอมรับได้หากหลงเฉินจะใช้พลังสมาธิทั้งหมดทุ่มเทเพื่อการฝึกฝนวิทยายุทธ์จนอยู่เหนือกว่าสายวิถีหลอมโอสถ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ลงมือมาโดยตลอด เพื่อที่จะเห็นด้วยสายตาของเขาเองถึงขีดจำกัดของหลงเฉินว่าอยู่ที่ใดกันแน่ ให้หลงเฉินประสบกับความเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแล้วตัดสินใจเลือกเส้นทางที่แน่วแน่ด้วยตนเอง
หากผ่านพ้นจากความเป็นตายเช่นนี้ไปได้ ไม่ว่าหลงเฉินจะเลือกวิถีโอสถหรือวิถีแห่งยุทธ์ต่างก็สามารถที่จะยืนอยู่จุดสูงสุดได้อย่างง่ายดาย
“ชิ”