“เหอะ ยอมแพ้แล้วอย่างนั้นหรือ? หากเป็นเช่นนั้นก็จงรอเวลาที่จะมาเลียนิ้วเท้าของข้าก็แล้วกัน”
เซี่ยปายฉือคิดว่าหลงเฉินนั้นถูกทำให้จนตรอกและขวัญเสียไปแล้วจึงรู้สึกได้ใจ จากนั้นก็หันไปสนใจที่เตาหลอมของตนต่อ นางยื่นมือข้างหนึ่งออกไปจนเพลิงผลาญสีเหลืองกลุ่มหนึ่งได้ลุกโชนขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มปะทุไอร้อนขึ้นมาเรื่อยๆ
ไม่เลวเลย แม้ว่าจะไม่เต็มใจที่จะยอมรับในความสามารถของเซี่ยปายฉือก็ตาม แต่ว่าปราณเพลิงที่เห็นอยู่นั้นถือได้ว่าก่อรวมขึ้นมาในระดับที่ดีจบเกือบจะดีเยี่ยมเลยก็ว่าได้
หากเทียบกับศิษย์ผู้หลอมโอสถทั้งหมดแล้วก็สามารถจัดอยู่ในระดับชั้นแนวหน้าเลยก็ว่าได้ ไม่แปลกใจเลยที่นางมั่นใจในตัวเองอย่างมากมายถึงเพียงนั้น หาญกล้าที่จะท้าทายและเหยียดหยามผู้อื่นได้อย่างรุนแรงนัก
แม้ว่าหลงเฉินจะถูกเหยียดหยามเพียงใดก็ยังคงมีเสือดาวเพลิงกาฬเป็นแรงจูงใจอยู่ สัตว์เพลิงตัวนั้นไม่ได้จัดว่าเป็นสัตว์เพลิงในลำดับต้นๆ แต่หากเทียบกับปราณเพลิงของเขาแล้วนั้นย่อมแข็งแกร่งกว่านับสิบเท่าเห็นจะได้