“มีเรื่องเช่นนี้อยู่” หลงเฉินพยักหน้าไปมาพร้อมกับความสงสัยที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ในช่วงเวลาที่ถูกล้อมเอาไว้ด้วยพลทหาร หากกล่าวตามเหตุและผลแล้วนั้นไม่น่าจะมีผู้อื่นทราบเรื่องนี้จึงจะถูกต้อง
ราวกับมองลึกไปถึงความสงสัยของหลงเฉินได้อย่างปราดเปรื่อง ปรมาจารย์หวินฉีหัวเราะออกมาแล้วกล่าวว่า “เมื่อวานมีคนของพระราชวังมาหาข้าถึงที่ในช่วงยามดึก ถามว่าทางสภามีผู้หลอมโอสถนามว่าหลงเฉินอยู่จริงหรือไม่ ข้าก็ตอบกลับไปว่ามี และข้ายังบอกอีกว่าเป็นตี้จื่อ (นักเรียน) ของข้าเอง จากนั้นอีกฝ่ายก็ได้หายตัวไป”
หลงเฉินอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ ก่อนหน้านี้เขายังไม่หาญกล้าพอที่จะคิดเป็นตี้จื่อของปรมาจารย์หวินฉี แต่ปรมาจารย์กลับยอมรับขึ้นมา เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเกิดความปลื้มปิติอย่างบอกไม่ถูก “ขอบพระคุณเหล่าซือ (คุณครู)”
“เหอะเหอะ ความจริงแล้วก็ไม่มีอะไร แผ่นป้ายของข้านั้นมีราคา จะใช้มากแค่ไหนก็ใช้ไปเถิด แต่อีกเรื่องหนึ่งคือตี้จื่อกับลูกศิษย์ (ถูตี้) นั้นไม่เหมือนกันนะ” ปรมาจารย์หวินฉีหัวเราะขึ้นมา
หากดูในมุมของปรมาจารย์หวินฉีอาจถือเป็นการปัดเรื่องวุ่นวายให้พ้นไป แต่ว่าในมุมของหลงเฉินนั้นถือได้ว่าเป็นความช่วยเหลืออย่างเป็น