หลงเทียนเซียวเป็นถึงขุนนางเจิ้งหยวน อีกทั้งยังเป็นถึงแม่ทัพอันดับหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วคนที่เรียกเขาว่าแม่ทัพใหญ่ก็มีแต่เพียงสามัญชนอายุมากที่สนทนาเกี่ยวกับการรบระหว่างเวลาน้ำชาเท่านั้น
แต่เหล่าบุคคลที่มั่งมีทั้งเงินทองและยศถาบรรดาศักดิ์ในจักรวรรดิกลับไม่เห็นหลงเทียนเซียวที่เคยมีฐานะเป็นเพียงสามัญชนอยู่ในสายตาเลย หากพูดถึงหลงเฉินแล้ว ผู้ที่เห็นเขาอยู่ในสายตานั้นกลับยากยิ่งกว่า
“หลงเฉิน เจ้ามันก็แค่คนไร้ประโยชน์ ยังจะมาอีกทำไม มีแต่จะเสียเวลาเปล่าไม่ใช่หรือ? ใครมันจะไปอยากดูเจ้าประลองอีก รีบไสหัวกลับไปซะ”
“ใช่แล้ว ถ้าอยากจะฆ่าตัวตายก็ไปที่ที่ไม่มีผู้คน ไม่มีผู้ใดอยากดูคนไร้ประโยชน์อย่างเจ้า เสียเวลาจริงๆ”
ในเวลานี้มีผู้ชมอยู่ในสนามต่อสู้นับร้อย เมื่อเห็นหลงเฉินขึ้นเวที ทางด้านล่างเวทีที่คึกคักมาได้ช่วงหนึ่งก็อดที่จะด่าทอออกมาไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อหลงเฉินเอามากๆ
ทว่าในบริเวณไม่ไกลมากนักที่มุมหนึ่งของสนามประลอง มีเด็กสาวสองคนปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุมหน้ากำลังจ้องมองไปยังด้านบนเวทีอย่างใจจดใจจ่อ