“ข้าเป็นใครกัน? …ข้าคือหลงเฉิน!”
“ผู้ที่มองโลกหล้าด้วยความเย้ยหยัน จักรพรรดิโอสถผู้หยิ่งทรนง—หลงเฉิน? หรือผู้ที่ใครได้พบเจอก็มีแต่จะเกลียดชัง คนขลาดเขลาไร้ความสามารถ ไร้ซึ่งหนทางในการฝึกยุทธ์—หลงเฉิน?”
ทะเลแห่งความคิดอันวุ่นวายต่างหลั่งไหลเข้ามามากมายดุจความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไปทั่วทั้งร่าง หลงเฉินมิอาจที่จะหยุดความทรงจำที่ผ่านเข้ามาได้ จึงส่งเสียงคร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด
“เฉินเอ๋อ (ลูกเฉิน) ในที่สุดเจ้าก็ได้สติแล้ว? ดียิ่งนัก มารดาเป็นห่วงเจ้าแทบแย่แล้ว เจ้าอยู่ของเจ้าดีดี เหตุใดเจ้าถึงต้องไปประลองกับชาวบ้านด้วย?”
เสียงอันอบอุ่นเสียงหนึ่งกล่าวขึ้นมา น้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีและอบอุ่น แต่ทว่าพอเอ่ยถึงประโยคหลังกลับกลายเป็นเสียงถอนหายใจออกมา
หลงเฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งรอบด้านเลือนราง ไม่นานนักภาพเบื้องหน้าก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ปรากฏเป็นใบหน้าของหญิงสาวนางหนึ่ง
หญิงสาวนางนี้ดูไปแล้วน่าจะมีอายุประมาณสามสิบกว่า แต่กลับงดงามอย่างไร้ที่ติ ทว่าตรงบริเวณขอบตาของนางเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นซึ่งไม่เหมาะกับช่วงวัยของนางเอาเสียเลย