ถึงแม้ตอนนี้หลงเฉินไม่อาจที่จะใช้พลังในการหลอมโอสถได้ แต่เขาก็สามารถใช้พลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งที่ตนมีอยู่ช่วยดูดซับฤทธิ์โอสถเข้าไปสู่บริเวณที่บาดเจ็บทำให้การฟื้นฟูเพิ่มพูนอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ในวันที่สอง เมื่อหลงเฉินได้ลืมตาขึ้นมาช้าๆ มุมปากของเขาก็ได้ปรากฏรอยยิ้มขึ้นเมื่อเขาได้ลองขยับเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ครู่หนึ่ง
ยอดมาก ถึงเจ้าโอสถก้อนนั้นจะไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ แต่ตัวสมุนไพรก็ถือได้ว่าเป็นของที่มีคุณภาพไม่น้อย นอกจากท้ายทอยแล้ว อาการบาดเจ็บทั่วร่างก็ได้ฟื้นคืนไปกว่าครึ่งหนึ่งเลย
หลงเฉินค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่หน้ากระจก เขามองเห็นใบหน้าที่มีขนคิ้วคมเข้มดุจกระบี่ ดูไปคล้ายกับเด็กหนุ่มที่กล้าหาญไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หลงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้า…หลงเฉินจะไม่ใช่หลงเฉินคนก่อนอีกแล้ว ข้าจะลุกขึ้นสู้”
ถึงแม้ตามร่างกายจะยังมีส่วนที่โทรมอยู่บ้าง แต่การเดินเหินกลับไม่มีปัญหาแต่อย่างใด หลงเฉินเดินออกไปจากห้อง ที่ด้านนอกนั้นมีแสงยามรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาจากทิศตะวันออก