ฮูหยินหลงมองหลงเฉินด้วยความห่วงใยอย่างเต็มเปี่ยม นางพยักหน้าน้อยๆอย่างไม่เต็มใจ และไม่อาจปฏิเสธที่จะต้องติดตามชายชราออกจากห้องไป
หลงเฉินได้ยินวาจาของชายชราผู้นั้นกล่าวอยู่ห่างๆ ต่อหญิงสาวผู้นั้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ฮูหยินหลง ในครั้งนี้นายน้อยหลงได้รอดพ้นวิกฤติจนมีชีวิตกลับมาได้ ถือได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์นับหมื่นแล้ว”
ฮูหยินหลงถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ความหมายของท่านหมอคือบุตรข้า เขา…”
ชายชราที่ถูกเรียกว่าเย่าซื่อได้ถอนหายใจออกมาแล้วกล่าว “คุณชายได้รับการกระทบกระเทือนที่ท้ายทอยอย่างรุนแรง หากกล่าวตามตรง ที่สามารถกลับมามีสติได้ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์นับหมื่นแล้ว แต่ทว่าภาวะแทรกซ้อนกลับสาหัสยิ่งนัก ถึงกับทำให้สูญเสียความทรงจำ หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าอยู่ในช่วงการพักฟื้นนั่นเอง…”
จากนั้นทั้งสองคนก็ได้เดินห่างออกไปเรื่อยๆ หลงเฉินไม่อาจฟังแล้วจับใจความได้อีก เขาได้ยินเพียงเสียงสะอึกสะอื้นของฮูหยินหลงเท่านั้น
หลงเฉินมองไปที่เพดานเหนือศีรษะ เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างโดยเฉพาะบริเวณท้ายทอยที่เจ็บปวดขึ้นเป็นระยะ