าจะก้าวกระโดดไปอีกขั้น”
“เฮ้! ไฟนั่นดูน่าอร่อยจัง ขอกินคำนึงสิ” เสี่ยวเฮยยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทำจมูกฟุดฟิด
“อยากลองดีก็เอาสิ” หลงเฉินยื่นไฟไปใกล้ๆ “แต่นี่ไม่ใช่ไฟธรรมดา มันเผาได้แม้กระทั่งวิญญาณ ถ้าเจ้าโดนเผา อย่ามาหาว่าข้าไม่เตือน”
เสี่ยวเฮยชะงัก รีบหดหัวกลับ “เอ่อ… ไว้คราวหลังดีกว่า ข้าเพิ่งอิ่มมาใหม่ๆ”
หลงเฉินกำมือดับไฟ แล้วลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบดังกังวานไปทั่วร่าง ความรู้สึกของพละกำลังที่เอ่อล้นทำให้เขามั่นใจยิ่งกว่าเดิม
“ตอนนี้… ต่อให้ต้องเจอกับศิษย์สายในระดับก่อรากฐานขั้นสูงสุด ข้าก็ตบมันคว่ำได้ในหมัดเดียว” หลงเฉินประเมินพลังตัวเอง
“ส่วนระดับแก่นแท้… ถ้าใช้ไฟนี่ร่วมกับวิชาลับ ข้าก็น่าจะมีโอกาสชนะเฟิงหยุนได้สัก 5 ส่วน”
“แค่ 5 ส่วนเองเหรอ?” เสี่ยวเฮยถาม
“สำหรับข้า… 5 ส่วนก็คือชนะแล้ว” หลงเฉินตอบอย่างมั่นใจ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา คราวนี้ไม่ใช่ทหารยาม แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยและร้อนรน
“ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์หลง! ท่านตื่นหรือยังขอรับ!”
เป็นเสียงของ ผู้อาวุโสหลิว
หลงเฉินรีบเก็บข้าวของ ซ่อนกลิ่นอายพลัง และส่งสัญญาณให้เสี่ยวเฮยย่อส่วนกลับไปเท่าก