อย่าได้เสียเวลาต่อไปแล้ว”
สุ้มเสียงนี้ไม่ดังเท่าใด แต่ทั่วทั้งห้องสามารถได้ยินถนัดชัดเจน เสียงโต้เถียงหารือทั้งหมดชะงักขาดหายโดยพลัน
ผู้กล่าววาจาเป็นบุรุษที่ไม่คุ้นหน้าผู้หนึ่ง หรือจะกล่าวให้ถูกต้องกว่านั้น เป็นบุรุษสวมหน้ากากสัมฤทธิ์ผู้หนึ่ง
“เจ้าเป็นใคร? ข้าไฉนไม่คุ้นหน้าเจ้า?” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งสีหน้าแปรเปลี่ยน ถลึงตาอย่างโกรธแค้น ตวาดเสียงดังสนั่น “เจ้าเป็นใคร! ถึงกับกล้าแฝงตัวเข้ามาในห้องประชุม… …”
บุรุษสวมหน้ากากไม่แยแสสนใจเสียงก่นด่าของผู้อาวุโสนั้นอย่างสิ้นเชิง มันลุกขึ้นยืน ค้อมกายคารวะต่อฝูงชนอย่างสง่างาม กล่าวเสียงอ่อนโยน “ท่านทั้งหลายสบาย ข้าหมิงอ๋อง ยินดีที่ได้พบทุกท่าน”
ทั่วทั้งห้องเงียบกริบลงทันที ประโยคนี้สร้างความตะลึงลานให้แก่คนทั้งหมด ไม่ว่าผู้ใดล้วนตื่นตระหนกจนพูดไม่ออก
“ฮ่าฮ่า โอ้ ขออภัยด้วย นี่ไม่ถูกต้อง” บุรุษสวมหน้ากากกล่าวพลางหัวร่อเบา ๆ “ยามนี้ข้าไม่ใช่หมิงอ๋อง แต่เป็นราชาปิศาจ”
กลิ่นอายสภาวะอันลึกล้าสุดหยั่งถึงของจั่วม่อแผ่ปกคลุมทั่วทั้งห้องให้ความรู้สึกดุจเทพเทวาลงมาเยือนโลกหล้า ทุกผู้คนประหนึ่งว่าทั่วร่างถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นบีบกระชับแนบแน่น ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกอย่างรุนแรง บันดาลให้ทุกคนสมองขาวว่างเปล่าไปหมด
ทันใดนั้นฟงซิ่นจื่อระเบิดพลังเป็นแสงเจิดจ้า พลังเทพในกายโคจรอย่างเร่งร้อน มันไม่ทราบว่าหมิงอ๋องเข้ามาในห้องประชุมได้อย่างไร แต่ทั่วบริเว