ศที่เหลือประกอบไปด้วย กองพันชีของชีซิงกองพันโหยวซือของโหยวซือหย่าเค่อ และกองพันสุ่ยเยวี่ยของสุ่ยเยวี่ย
อันม่อขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่อันดับแรก รับหน้าที่ควบคุมดูแลทุกกองทัพสิ่งเดียวที่เหนือความคาดหมายของผู้คนก็คือจู้หนานเยวี่ย ขุนพลหญิงอันดับหนึ่งแห่งวังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือนางนี้ กลับกลายเป็นกุนซืออันดับหนึ่งในคณะที่ปรึกษายุทธวิธีของแม่ทัพใหญ่อันม่อ
เนื่องเพราะจั่วม่อยืมมือเสียกงจู่และพี่น้องตระกูลหลันจัดวางเค้าโครงการปกครองไว้ตั้งแต่แรก ดังนั้นทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น
“มู่ซีต้าเหริน ที่พักของท่านได้จัดเตรียมไว้แล้ว โปรดตามข้ามา” บุรุษองครักษ์เงาในชุดดำผู้หนึ่งค้อมกายคารวะอย่างนอบน้อม จากนั้นออกนำไปเบื้องหน้า
“รบกวนแล้ว” มู่ซีพยักหน้ารับ นำองครักษ์ส่วนตัวของนางติดตามไป
“ต้าเหรินเกรงใจเกินไป!” องครักษ์เงาตอบอย่างสุภาพ
บรรดาองครักษ์ข้างกายมู่ซีมีสีหน้าผิดปกติอยู่บ้าง คล้ายแฝงแววระแวดระวังชนิดหนึ่ง ต่อหน้าองครักษ์เงาอันดำมืด แม้แต่ทหารชาญศึกที่ผ่านสมรภูมิและความตายมานักต่อนัก ยังอดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้
องครักษ์เงาเป็นหน่วยงานที่ทรงพลังอย่างยิ่ง เป็นดาบสังหารที่คมกล้าที่สุด ซึ่งหมิงเยวี่ยเยี่ยต้าเหรินไว้วางใจมากที่สุด สองปีมานี้ยังนับว่าดีขึ้นไม่น้อย ในช่วงหลายปีก่อนหน้า คนเหล่านี้ล้วนซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ทำการกวาดล้างสังหารศัตรูของหมิงเยวี่ยเยี่ยต้าเหรินอย่างโหดเหี้ยม
ในการกวาดล้างครั้ง