หมี่หนานสีหน้าเขียวคล้า
มันเพิ่งได้รับคำสั่งจากเสวียตง ขอให้มันเคลื่อนทัพไปทางมู่เซวียนในทันที เพื่อโอบล้อมกระหนาบเปี๋ยหาน หากพวกมันสามารถล้อมสังหารกองพันบาปเคราะห์ จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้แก่ม่ออวิ๋นไห่
หย่างหยวนฮ่าวและกู่เหลียงเตา แม้เป็นยอดแม่ทัพในทำเนียบเช่นเดียวกัน แต่ในสายตาของคุนหลุน ระดับความเป็นภัยของพวกมันยังไม่อาจเทียบเท่ากับกงซุนชาและเปี๋ยหาน
นี่เป็นความแตกต่างเช่นเดียวกันกับความแตกต่างระหว่างหมี่หนานกับเสวียตง
อย่างไรก็ตาม หมี่หนานกลับไม่สามารถกระทำตามคำสั่งทัพนี้ได้เนื่องเพราะมันไม่อาจสลัดหลุดจากการพัวพันของมู่ซวง
สองสามวันมานี้ มันอาศัยกำลังพลที่เหนือกว่าบดขยี้กองพันมู่ซวงโดยไม่ไว้ไมตรี จนหลงเหลือไพร่พลเพียงหนึ่งพันกว่าคนเท่านั้น แต่นักรบหนึ่งพันคนนี้ผนึกกำลังกับกองทัพสามัญจำนวนหนึ่ง กลับสามารถต่อสู้พัวพันกับหมี่หนานอย่างเหนียวแน่น
ความโหดร้ายทารุณของการสู้รบครั้งนี้ เกินจินตนาการของหมี่หนานอย่างสิ้นเชิง
แนวป้องกันของฝ่ายตรงข้ามแทบจะพังพินาศสิ้น แต่พวกมันทนทรหดยิ่ง ไม่ว่าทางฝ่ายของหมี่หนานจะระดมโจมตีอย่างรุนแรงสักเท่าใดแต่ทันทีที่พวกมันชะงักขาดช่วง ศัตรูจะโถมออกมาจากที่ใดก็ได้ กระโจนเข้าใส่พวกมันอย่างไม่เสียดายชีวิต เพียงคิดฉุดลากพวกมันร่วมกลบฝังไปพร้อมกัน
กระทั่งมู่ซวงยังออกมาสู้รบที่แนวหน้าด้วยตัวเอง แม้แต่กองพันสามัญซึ่งปกติแล้วเป็นที่หยามดูแคลนของพวกมัน