ต่อสู้ตามลำพัง การร่วมมือประสานเสริมระหว่างพวกมันจะถูกตัดขาดไป”
เหลียงเวยกล่าวสืบต่อ สีหน้าท่าทีสงบราบเรียบ เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น แม้แต่ในห้องโถงใหญ่ที่ชุมนุมไว้ด้วยผู้เข้มแข็งมากมาย ยังไม่แสดงอาการขลาดเขลาแม้แต่น้อย
“เมื่อศัตรูทุกด้านถูกสะกดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง องค์ราชาจะนำทัพแกร่งห้าหมื่นคนบุกเข้าโจมตีอาณาจักรเทียนมู่ ซึ่งอยู่ในการดูแลของสหพันธ์จอมปิศาจ อาณาจักรเทียนมู่นี้เองที่เป็นเป้าหมายขั้นสุดท้ายในการโจมตีของเรา นี่มีเหตุผลสนับสนุนอยู่สองประการ หนึ่งนั้นสหพันธ์จอมปิศาจอ่อนแอที่สุด เป็นเป้าหมายสำหรับเปิดฉากเข่นฆ่าที่ดีที่สุด ประการที่สองก็คือแนวป้องกันห้าอาณาจักรเป็นอาณาเขตของสหพันธ์จอมปิศาจขอเพียงสามารถจู่โจมทำลายกองทัพของซือกงจื้อ ต่อจากนั้นวิหารเทพปิศาจและพันธมิตรวีรบุรุษเท่ากับทำการรบที่ต่างแดน คิดเรียกระดมความช่วยเหลือจากขุมกำลังท้องถิ่น ย่อมยากลำบากและสะดุดติดขัดมากกว่า”
“หากเราสามารถเจาะทะลวงเป็นช่องโหว่สายหนึ่ง กองทัพข้าศึกแม้ยังรักษาแนวป้องกันห้าอาณาจักรเอาไว้ก็ไม่มีความหมายอันใด พวกมันได้
ศึกใหญ่ในระดับนี้ ทุกผู้คนเพิ่งจะเคยเข้าร่วมรบเป็นครั้งแรก พวกมันระวังตัวเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าย่อมมีผู้เอ่ยปากโต้แย้ง “เพียงศึกแรกก็ทุ่มกำลังพลมากมายถึงเพียงนี้ ใช่เสี่ยงอันตรายเกินไปหรือไม่?”
เหลียงเวยแยกแยะว่า “ฝ่ายตรงข้ามมีข้อได้เปรียบที่แนวป้องกัน เราไม่อาจปล่อยให้พวกมันเพาะ