ายแพ้พวกมันก็จะจบสิ้นลงเช่นกัน
องค์ราชาจะพ่ายแพ้หรือไม่
ทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงแม้สักครึ่งคำ
อันม่อผุดลุกขึ้นพลางสั่นศีรษะ กล่าวว่า “การสู้รบเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นต้องให้องค์ราชาไปเสี่ยงอันตรายด้วยตนเอง ก่อน
นี่คือแบบฉบับของยอดแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
ไม่มีผู้ใดทราบ ว่าเวลามีความสำคัญต่อจั่วม่อในตอนนี้มากเพียงใด
ไม่น่าแปลกใจที่ผูเยายกย่องชื่นชมเหลียงเวยไม่ขาดปาก แผนการเช่นนี้ไม่มีส่วนใดที่ซับซ้อน แต่มิใช่ว่าผู้ใดก็สามารถคิดออกมาได้ มีเพียงผู้ที่สามารถมองเห็นข้อได้เปรียบเสียเปรียบทั้งหมดในสนามรบอย่างถ่องแท้จึงจะคิดแผนการที่เฉียบขาดและบ้าระห่าถึงเพียงนี้ออกมาได้
อันม่อและเหลียงเวยรับคำอย่างพร้อมเพรียง อันม่อแม้ไม่เห็นด้วยแต่ยังคงปฏิบัติตามการตัดสินใจของราชาอย่างเคร่งครัด
จั่วม่อมองดูเหล่าแม่ทัพนายกอง กล่าวอย่างเย็นชา “เราผู้เป็นราชาจะต่อสู้อยู่ข้างหน้าพวกเจ้าทุกคน! ทุกทัพจงจดจำให้มั่น ศึกนี้มีข้าอยู่
ลำแสงเจิดจ้าบาดตานับไม่ถ้วนข้ามผ่านฟากฟ้า พร่างพรมลงมาดุจห่าพิรุณอันแน่นขนัด สาดส่องจนท้องนภายามรัตติกาลสว่างไสวดุจเวลากลางวัน เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวดังรัวเร็ว ประหนึ่งคลื่นเสียงอันกล้าแข็งจู่โจมใส่จิตใจและแก้วหูของผู้คนพร้อมกัน
กงเหยี่ยเสี่ยวหรงกัดริมฝีปากแน่น แรงจนแทบกัดขาดไป กระบวนทัพค่ายกลที่เบื้องหน้ามันแทบจะถูกพายุการโจมตีของคุนหลุนกลบก