ตรู แท้จริงแล้วมีเพียงประเภทเดียว นั่นคือสายสืบของคุนหลุน
ระหว่างนี้หน่วยของเลี่ยวหลินปะทะกับสายสืบของคุนหลุนสองสามหน สายสืบจากคุนหลุนมีฝีมือสูงเยี่ยม หากเผชิญหน้ากันตัวต่อตัว พวกมันไม่มีทางได้ชัยเป็นอันขาด แต่ที่นี่เป็นดินแดนของพวกมัน ขอเพียงสืบพบร่องรอยของสายสืบศัตรู พวกมันมีวีธีการนับร้อยพันประการที่จะจัดการกับศัตรู
เพียงแต่วันนี้กลับสงบราบคาบเป็นพิเศษ
แต่แล้วทันใดนั้นเอง เลี่ยวหลินเงยหน้าขึ้นทันควัน
“เลี่ยวตุ้ย (หัวหน้าหน่วยเลี่ยว) มีเรื่องใด?”
เลี่ยวหลินสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด มันสามารถรู้สึกได้ถึงคลื่นแรงสั่นสะเทือนเบาบางยิ่งจากในระยะไกลมาก แต่แล้วทันใดนั้น
เลี่ยวหลินฟื้นจากความตื่นตระหนกเป็นคนแรก หัวใจแทบกระดอนออกมาจากอก รีบพุ่งเข้าขวางหน้าฝ่ายตรงข้าม แต่มันยังคงประเมินระดับ
“หยุดมือ!” เลี่ยวหลินคล้ายสะท้านตื่นจากฝัน รีบตวาดอย่างร้อนใจ
หน่วยสายสืบหยุดลงอย่างเชื่อฟัง
สายตาของเลี่ยวหลินไม่กล้าคลาดคลาจากใบหน้าที่คุ้นตานั้นแม้แต่ชั่วแวบ มันกลัวว่าหากเผลอละสายตาไป มันจะพบว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากความคิดเพ้อฝันของมันเอง ริมฝีปากสั่นระริก “เหวยซือ… …เหวยซือ เป็นท่านจริง ๆ?”
เหวยเสิ้งเพ่งตามองเลี่ยวหลิน จากนั้นเผยอยิ้ม “นี่มิใช่เสี่ยวเลี่ยวจื่อหรอกหรือ?”
เมื่อครั้งกระโน้นมันเป็นผู้สอนวิชากระบี่ให้แก่ค่ายจูเชวี่ย สนิทสนมคุ้นเคยกับพวกมันอยู่บ้าง เลี่ยวหลินเป็นหนึ่งในคนเหล