ารับคำ ก้าวเดินไปยังประตู
มันผลักประตูเปิดออกช้า ๆ
เห็นกองทัพเป็นระเบียบเรียบร้อย ยืนหยัดอย่างทระนงอยู่ในสายลมเหน็บหนาวที่ด้านนอก
ใบหน้าของแต่ละคนอาบไล้ไปด้วยประกายของจิตวิญญาณการต่อสู้แม้ภายใต้สายลมเย็นเยียบดุจคมมีด พวกมันก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอร่างตั้งตรงดุจคันทวน สายตาร้อนระอุ
กู่เหลียงเตาสายตาคมกล้าดุจคมดาบ กวาดมองอย่างช้าๆ ไปทั่วกองทัพ กล่าวเน้นเสียงทีละคำ “ศึกนี้ พวกเรา ต้อง ชนะ!”
“ต้องชนะ!” “ต้องชนะ!” “ต้องชนะ!”
คลื่นเสียงกึกก้องในสายลมหนาว ทุกผู้คนรู้สึกราวกับว่าโลหิตในกายเริ่มจะเดือดพล่านขึ้นมาทันที
“เคลื่อนทัพ!” กู่เหลียงเตานำออกไปเป็นคนแรก
ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งคุนหลุนได้จริง ในกรณีที่ไม่มีจั่วม่อ
จั่วม่อเมื่อยังไม่ตาย นี่ไม่เพียงหมายความว่าม่ออวิ๋นไห่อันทรงพลังจะไม่ล่มสลายลงด้วยศึกภายใน แต่ยังมีบางสิ่งที่สำคัญกว่านั้น การคงอยู่ของจั่วม่อ จะก่อให้เกิดพันธมิตรร่วมรบที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
พันธมิตรที่ประกอบไปด้วยกู่เหลียงเตา สี่มหานิกายพุทธและม่ออวิ๋นไห่ ทั้งขุมกำลังและความแข็งแกร่งจะพุ่งทะยานขึ้นทันที
แม้แต่พวกของหลีเซียนเอ๋อร์แห่งเทียนหวนเหนือ ก็นับว่าเป็นคู่ค้าที่มีศักยภาพมากพอในการจับมือร่วมรบ
หลายปีก่อนหย่างหยวนฮ่าวบรรลุข้อตกลงที่ไม่ได้กล่าวออกจากปากกับจั่วม่อ ครั้งนั้นมันตระเตรียมเข้าร่วมกับม่ออวิ๋นไห่ตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม หลังจากจั่วม่อหายสาบสูญไป หย่างหยวนฮ่าวไม่อาจกระทำ