พวกเราไม่ละอายแก่ใจ… …”
หลีเซียนเอ๋อร์เงยหน้ามองกงเหยี่ยเสี่ยวหรง กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว“ศิษย์พี่ไม่ต้องปลอบใจข้า ขอเพียงมีโอกาสแม้สักเส้นสายใยเดียว ข้าไม่มีวันยอมแพ้!”
กงเหยี่ยเสี่ยวหรงดวงตาทอประกายชื่นชมวูบหนึ่ง มันพยักหน้าพลางกล่าว “นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง! ศิษย์น้องเล็ก อาศัยกำลังของเราเอง เกรงว่าคงไม่อาจหยุดยั้งคุนหลุนได้”
“ศิษย์พี่หมายความว่าพวกเราสมควรหาพันธมิตร?”
“เข้าใจแล้ว!” หลีเซียนเอ๋อร์พยักหน้ารับทันที ไม่มีทีท่าลังเลใจ
“ข้ากับผู้อาวุโสมู่จะพยายามซื้อเวลาให้ศิษย์น้องหญิงได้เจรจาต่อรอง” กงเหยี่ยเสี่ยวหรงกล่าวเสียงเครียดขรึม
เห็นสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังของกงเหยี่ยเสี่ยวหรง หลีเซียนเอ๋อร์หยั่งทราบในบัดดล ผู้อาวุโสมู่และกงเหยี่ยเสี่ยวหรงตระเตรียมใช้ชีวิตเข้าแลกน้าตาสองสายพลันหลั่งรินลงมา หลีเซียนเอ๋อร์กัดริมฝีปากข่มเสียงสะอื้นยกมือปาดเช็ดน้าตาลวกๆ นางเงยหน้าขึ้น กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “ข้าจะเกลี้ยกล่อมม่ออวิ๋นไห่ให้จงได้”
“เช่นนั้นต้องพึ่งพาศิษย์น้องหญิงแล้ว” กงเหยี่ยเสี่ยวหรงตบไหล่หลีเซียนเอ๋อร์เบาๆ จากนั้นหมุนตัวจากไป
ถึงยามนี้หลีเซียนเอ๋อร์ไม่อาจสะกดกลั้นอีกต่อไป ซบหน้าร่าไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ
รถศึกราชันแห่งความมืด ซึ่งมีนามกระเดื่องเลื่องลือในดินแดนแห่งความมืดคันนี้ นับว่าใหญ่โตมโหฬารยิ่ง ราวกับพระราชวังเคลื่อนที่ขนาดย่อมก็มิปาน เมื่อเห็นรถศึกราชันแห่งความมืด จั่วม่อค่อยพบว่ารถศึก