ก็คือ หลีเซียนเอ๋อร์กลับสั่นศีรษะปฏิเสธ
กงซุนชาขมวดคิ้วนิ่วหน้า มองดูหลีเซียนเอ๋อร์อย่างผิดคาด
หลีเซียนเอ๋อร์คล้ายตกลงใจเป็นมั่นเหมาะ
“เราจะเข้าร่วมกับม่ออวิ๋นไห่!”
เป็นวาจาที่ชวนให้ผู้คนตะลึงลานนัก
หลีเซียนเอ๋อร์พอกล่าวประโยคนี้ ในใจกลับปลอดโปร่งโล่งสบายคล้ายปลดเปลื้องภาระที่มองไม่เห็นซึ่งกดทับในใจนางเป็นเวลานานใบหน้างดงามคล้ายเปล่งแสงเรืองรองด้วยรัศมีประกายชนิดหนึ่ง
เมื่อกงซุนชาเอ่ยถึงเซียนยันต์นักหลอมสร้าง หลีเซียนเอ๋อร์พลันตระหนัก เทียนหวนได้เดินมาถึงสุดปลายทางของมันแล้ว แม้ว่าครั้งนี้พวกมันอาจสามารถเอาตัวรอด แต่เทียนหวนที่สูญเสียเซียนยันต์และนักหลอมสร้างอันเป็นรากฐานที่แท้จริงของพวกมัน แทบไม่อาจเทียบได้กับขุมกำลังทั่วไปเสียด้วยซ้า อย่าว่าแต่ยังต้องถูกขนาบอยู่ระหว่างกลางของสองมหาอำนาจ คุนหลุนและม่ออวิ๋นไห่ โอกาสอยู่รอดของพวกมันแทบไม่มี
สวรรค์สี่ดินแดนล่วงเข้าสู่ยุคสมัยของมหาอำนาจ เทียนหวนที่เสื่อมทรุดลงมีชะตากรรมที่จะต้องแตกดับเช่นเดียวกันกับวัดเสวียนคงเช่นเดียวกันกับซีเซวียนเมื่อครั้งกระโน้น และนี่ไม่เพียงแต่เทียนหวนแม้แต่สี่มหานิกายพุทธและกู่เหลียงเตา ก็ต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นเดียวกัน
แทนที่จะถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกในยามที่พวกมันพ่ายแพ้ มิสู้ชิงเข้าร่วมกับม่ออวิ๋นไห่ในขณะที่พวกมันยังมีคุณค่าจะดีกว่า ด้วยวิธีนี้นางจะได้รับความช่วยเหลือสมดังความตั้งใจ และเมื่อมีสองยอดแม่ทัพ ม