งไร
ทันใดนั้นเอง เสียงไชโยโห่ร้องจากภายนอกขัดจังหวะความคิดของมัน จั่วม่อเพ่งจิตวูบ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้านนอกพลันปรากฏขึ้นในใจมัน
ผู้คนมากมายชุมนุมกันอยู่สองฟากข้างถนน ฝูงชนเคลื่อนตัวไปตามท้องถนน ยืดยาวออกไปราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อรถศึกเคลื่อนผ่าน ผู้คนพากันคุกเข่าลง เสียงร้องขาน ‘ราชาจงเจริญ’ ดังกึกก้องไม่ขาดระยะ
อันม่อและกองทัพราชาที่อารักขาอยู่รอบรถศึกยืดตัวตรง สีหน้าภาคภูมิใจอย่างเปี่ยมล้น
จั่วม่อตกตะลึงเล็กน้อย
แม้แต่ในม่ออวิ๋นไห่ มันในฐานะราชันผู้ก่อตั้งม่ออวิ๋นไห่ ยังไม่ได้รับการต้อนรับด้วยมวลชนอันอุ่นหนาฝาคั่งและยิ่งใหญ่อลังการถึงเพียงนี้เลยนี่สืบเนื่องจากความแตกต่างของสองวัฒนธรรม พลเมืองหลักของม่ออวิ๋นไห่คือซิวเจ่อ ซิวเจ่อมักจะรวมตัวกันในความสัมพันธ์รูปแบบสำนักหรือนิกาย หมายความว่าแม้แต่ในช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุด พวกมันก็ไม่เคยเป็นน้าหนึ่งในใจเดียวกันอย่างแท้จริง ผลสุดท้ายซิวเจ่อจึงไม่มีราชา ไม่มีผู้ที่สามารถรวมผู้คนเป็นหนึ่งเดียว แต่สำหรับเผ่าปิศาจ เมื่อใดที่ราชันผู้ทรง
มีคนร้องตะโกน ผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ชูสองแขนและร้องตะโกนตามเสียงตะโกนรวมตัวกันราวกับคลื่นยักษ์ถาโถม กระทั่งพื้นปฐพียังสั่นสะเทือน
“ราชาจงเจริญ!”
“ราชาจงเจริญ!”
มวลชนยังคงร้องตะโกนด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ราวกับว่าพวกมันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยก็มิปาน
จั่วม่อยืนอยู่บนรถศึก ยังคงสวมหน้ากากสัมฤทธิ์ มันเป็นเช่