้างปาฏิหาริย์ของการบุกทะลวงเจ็ดวันดุจอัสนีบาตฟาดทลายมาแล้ว!
ทว่าสิ่งที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า คือพลังสภาวะของมันยังคงพุ่งทะยานขึ้นเรื่อย ๆ!
พุ่งทะยานขึ้นด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ!
มันประดุจเปลวไฟที่กำลังลุกโชน โชติช่วง ร้อนแรงและสุกสว่างเกินบรรยาย
สิ่งที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า คือพื้นที่วังวนอันเชี่ยวกรากนี้ยังคงขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ
กว้าก!
ทันใดนั้นสัตว์ร้ายแดนร้างแผดเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ตูม เสียงหนักทึบก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ร่างใหญ่โตเท่าภูเขาของสัตว์ร้ายแดนร้างเริ่มบิดเบี้ยวพร่าเลือนเช่นกัน
โดยยึดถือสัตว์ร้ายแดนร้างเป็นศูนย์กลาง คลื่นอากาศที่แฝงไว้ด้วยพลังสภาวะอันไพศาลกวาดวาบออกไปทั่วทิศ
เมื่อพลังสภาวะทั้งสองขุมผสานรวมกัน กระทั่งฟ้าดินยังคล้ายจะสูญเสียสีสันที่พึงมี
ผู้คนทั้งสามแสนใบหน้าขาวเผือด
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้น คือพลังสภาวะของบุรุษที่ยืนอยู่เหนือสัตว์ร้ายแดนร้าง ยังคงพุ่งทะยานขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอช้าลงแม้แต่น้อย
นี่เป็นไปไม่ได้!
แม้แต่จู้หนานเยวี่ยที่สงบเยือกเย็นที่สุด ยังไม่อาจสงบใจได้อีก นางเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างตะลึงลาน
“เป็นไปไม่ได้!”
นางพึมพำด้วยสีหน้าลื่อนลอย บนฟากฟ้า พลังสภาวะที่ระเบิดออกมาจากร่างนั้นเกินกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ปุถุชน ชั่วพริบตานี้ นาง
?
?
มีเพียงยอดยุทธ์แท้จริงไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ ซึ่งความจริง