ี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้าง กระบวนทัพศัตรูจะถูกบดขยี้เป็นผุยผงทันที
ต่อมา ราชากระทั่งการเก็บกวาดผู้เหลือรอด ยังไม่ยอมเสียเวลาไปกระทำแล้ว
บุกทะลวง!
พวกมันกระทำเพียงแค่บุกทะลวงตรงไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง!
ความเร็วในการบุกทะลวงนี้ ไม่ว่าประวัติสาสตร์สงครามในยุคสมัยใดล้วนไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
ไร้เหตุผล!
ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง!
แต่การบุกทะลวงอันไร้เหตุผลนี้เอง ไม่ว่ากองทัพใหญ่โตเพียงใดล้วนไม่อาจต้านติด เหลียงเวยทีแรกแตกตื่นตะลึงลาน ไม่อาจเชื่อได้ลง จากนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยอมรับนับถือจนหมดใจ
อย่างไรก็ตาม… …
เหลียงเวยหันเหสายตาไปยังราชาอย่างลืมตัว ราชายังคงนั่งตระหง่านอยู่บนหลังราชาวิหคนรกานต์กระดูกทองแดงอย่างสง่าผ่าเผยราวกับว่าไม่เคยขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวมาก่อน
ราชาไม่เหน็ดเหนื่อยบ้างเลยหรือ?
พลังอำนาจของคนผู้หนึ่ง กลับสามารถบรรลุถึงระดับชั้นนี้ได้จริง ๆ?
เหลียงเวยความคิดจิตใจล่องลอยไปไกล
จั่วม่อกระโดดลงจากหลังราชาวิหคนรกานต์กระดูกทองแดง ตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืนที่ผ่านมา ไม่มีกองทัพใดขวางทางพวกมันได้แม้แต่ชั่วครู่ชั่วยาม กองทัพราชาขวัญกำลังใจอยู่ในจุดสูงสุด แต่จั่วม่อทราบว่าร่างกายของเหล่าไพร่พล ล้วนเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าจนสุดจะทานทนแล้ว
กระทั่งอันม่อผู้เข้มแข็งที่สุดในหมู่พวกมัน สีหน้ายังเผยแววอ่อนล้าอย่างไม่อาจปกปิดซ่อนเร้น
“วันนี้พักผ่อนเสียก่อน รุ่งเช้าเราจะออกเดินทางต่อ ไม่จำเป็นต้องจัดเวรยาม” จั่ว