ายคนในคราวเดียว
กองทัพฝ่ายตรงข้ามคล้ายถูกกวาดทำลายอย่างหฤโหด
รอจนแสงประกายสลายหายไป ในขบวนทัพของศัตรู ผู้ที่ยังคงยืนอยู่ได้หลงเหลือเพียงสามร้อยคน พวกมันยืนกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางกองซากศพ แต่ละคนสีหน้าว่างเปล่า ราวกับว่าพวกมันไม่อาจเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น
ทุกผู้คนต่างบอกได้ว่าคนเหล่านี้จบสิ้นแล้ว กองทัพนี้ก็จบสิ้นไปด้วยกัน
สนามรบกลับกลายเป็นเงียบงันไปชั่วขณะ
ศัตรูที่โชคดีรอดชีวิตมาได้ ยังไม่อาจฟื้นคืนสติสัมปชัญญะจากการโจมตีเมื่อครู่ ส่วนเหล่ามือดีของตำหนักคุกตะวันตกที่ด้านหลังจั่วม่อ ถูกการโจมตีอันน่าแตกตื่นนี้สะกดจนตกตะลึงพรึงเพริด
“อันม่อ!”
สุ้มเสียงเย็นชาทำลายความเงียบสงัดของสนามรบ
อันม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง สติสัมปชัญญะกลับสู่ร่างทันที ใบหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยไม่อยากเชื่อ หากก่อนหน้านี้มันจงรักภักดีต่อจั่วม่อ เพียงเพราะว่าเป็นหน้าที่ของมันที่จะจงรักภักดีต่อราชา ในยามนี้มันก็ยอมศิโรราบต่อจั่วม่ออย่างสมบูรณ์แล้ว
มันหันไปค้อมกายคารวะต่อคนบนหลังราชาวิหคนรกานต์กระดูกทองแดง ตอบรับเสียงสั่นสะท้านเล็กน้อย “ผู้น้อยอยู่!”
“ให้เวลาเจ้าชั่วสิบห้าลมหายใจเข้าออก เก็บกวาดสนามรบให้เรียบร้อย!”
สุ้มเสียงของจั่วม่อหนักแน่นเฉียบขาด ชนิดที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดปฏิเสธ
อันม่อปราศจากความไม่พอใจใด ๆ รีบรับคำโดยไม่ลังเล “ขอรับ!”
มันหมุนตัวกลับ เลือกทหารออกมาหลายสิบคน บุกเข่นฆ่าเข้าไปในขบวนทัพข้าศึกที่ยังหลง