เสียงหัวร่อดังกระหึ่ม “ประเสริฐ พวกเจ้าหากยังมีชีวิตอยู่ต่อไป เกรงว่าคงรู้สึกเบื่อหน่ายรำคาญเต็มทน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็มาร่วมกระทำการเรื่องสุดท้ายกับข้าเถอะ”
รังสีฆ่าฟันเลือนหายไปทันที
“มันมาแล้ว” ทันใดนั้นหมอกดำกล่าวขึ้น
“ให้มันเข้ามา” ซือกล่าวอย่างเย็นชา ชั่วพริบตานี้มันกลับกลายเป็นหมิงอ๋องผู้สยบใต้หล้าไว้ใต้ฝ่าเท้า
ผู้มาพอพบเห็นซือบนบัลลังก์ ทั้งปิติยินดี ทั้งลิงโลด รีบคุกเข่าลงกับพื้น “องค์ราชา!”
สุ้มเสียงของมันคล้ายสำลัก เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ประเสริฐ!ประเสริฐยิ่ง! องค์ราชา! องค์ราชาไม่ได้เป็นอะไร! ท่านยังคงสบายดี!”
“ลุกขึ้น” ซือกล่าวอย่างเยือกเย็น
มันมองดูบุรุษร่างใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า บุรุษร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยสักผู้นี้คือหนึ่งในสี่จ้าวรัตติกาล อันม่อ ผู้ปกครองตำหนักคุกตะวันตก
“อันม่อ คราครั้งนี้ลำบากเจ้ามากแล้ว” ซือกล่าวเสียงราบเรียบ
“บริวารไม่ลำบากอันใด” อันม่อสั่นศีรษะ จากนั้นกล่าวอย่างวิตกกังวล “องค์ราชา วังรัตติกาลตะวันออกกับผู้พิทักษ์สุสานหยินเปิดศึกรบราฆ่าฟันอย่างรุนแรง ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน ใช่สมควรสอดมือเข้าไปหรือไม่?”
มันขณะที่กล่าววาจาเหล่านี้ ดวงตาเจิดจ้าเปี่ยมพลัง ไม่มีทีท่าว่าจะได้รับบาดเจ็บจากการฝึกฝีมือผิดแนวทางเช่นดังคำร่าลือแม้แต่น้อย
“จิตใจทะเยอทะยานของเจียม่าน ข้าล่วงรู้มานานแล้ว” ซือกล่าวเสียงเย็นชา “โหยวเจ๋ออยู่ในการคาดการณ์ของข้า แต่ไ