ล’ ผืนนี้
คราครั้งนี้นางถึงกับต้องงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้ เพื่อหยุดยั้งท่ากระบี่สุดลี้ลับอันตรายที่เบื้องหน้า
แต่แล้วทันใดนั้นเอง ลำแสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งทะลุผ่านม่านหมอกสีเทา
หมอกสีเทาสั่นกระเพื่อมทันที กลายเป็นสั่นไหวปรวนแปร อักขระเทพในม่านหมอกเทากะพริบวูบไหว ภาพที่ตามมาทำให้สตรีนางนั้นแทบจะยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เห็นลำแสงสายแล้วสายเล่าทะลวงผ่านหมอกเทาทั้งแดง ม่วง ฟ้าและสีสันอื่นๆ ราวกับสายรุ้งกระจัดกระจาย ส่องทะลุเข้ามาในหมอกเทา
แสงอักขระเทพในหมอกเทาสั่นไหวเป็นระลอก ราวกับว่ามีบางสิ่งทะลวงผ่านตัวมัน อักขระเทพกลับกลายเป็นสั่นคลอนอย่างรุนแรง รอจนลำแสงสายที่สิบพุ่งทะลวงผ่านหมอกเทา อักขระเทพภายในหมอกเทาก็ไม่อาจต้านทานได้อีก แตกระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ ในบัดดล
สตรีนางนั้นสะท้านขึ้นทั้งร่าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาด
‘หมอกลมหายใจทรายรัตติกาล’ ถึงกับพ่ายแพ้อย่างง่ายดายเช่นนี้!
แต่ในเวลานี้นางไม่มีเวลาให้สำนึกเสียใจ เมื่อหลุดออกจากหมอกสีเทา เจตจำนงกระบี่สีโลหิตก็พุ่งตรงเข้าหานางราวกับระลอกคลื่นสีเลือด!
เสียงกรีดร้องดุจหมื่นภูตคร่าครวญ ดังกึกก้องอยู่เต็มสองหู!
สตรีนางนั้นทราบดีว่าถึงเวลาต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด นางโคจรพลังเทพทั่วร่าง ตระเตรียมตอบโต้ก่อนตาย
อย่างไรก็ตาม ลำแสงกระบี่นี้ยังร้ายกาจยิ่งกว่าที่นางจินตนาการเอาไว้ เห็นเงาร่างนับไม่ถ้วนบัดเดี๋ยวปรากฏ บัดเดี๋ยวเลือนหายอยู่ที่เบื้อง
ซื่อ!
ประกา