มหนึ่ง
ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องโหยหวนของสตรีแผดสนั่น บุรุษนั้นสะท้านขึ้นเบา ๆ แต่จากนั้นพลังสภาวะของมันพลันระเบิดวาบ
บุรุษผู้บุกรุกยามนี้ร่างสูงใหญ่กว่าหนึ่งจั้ง ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดสีเทา อักขระเทพเรียงรายแน่นขนัดบนแผ่นเกล็ดทุกชิ้น หนามกระดูกแหลมคมงอกเงยออกมาจากสองมือสองเท้า ดวงตากลับกลายเป็นม่านตางูสีเหลืองเข้ม เย็นยะเยียบ ปราศจากอารมณ์เช่นปุถุชน
พลังสภาวะของมันกร้าวแกร่งกว่าเดิมร่วมห้าเท่าตัว
จั่วม่อจ้องมองอย่างสนอกสนใจ เคล็ดวิชาเทพเช่นนี้มันเพิ่งจะเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก การที่เผ่าปิศาจสามารถใช้พลังเทพมากลั่นเกลาสังขารร่างกายของตน ไม่ได้ทำให้มันประหลาดใจอันใด แต่การแปลงร่างเช่นนี้บันดาลให้จั่วม่อถึงกับดวงตาเป็นประกาย
จั่วม่อกวาดตามองขึ้น ๆ ลง ๆ ศึกษาดูสังขารร่างกายของฝ่ายตรงข้าม ราวกับชมดูเรือนร่างงดงามเย้ายวนของโฉมสะคราญ
เคล็ดวิชาอันพิสดารนัก!
อักขระเทพที่แปลกประหลาดนัก!
ภายใต้สายตาระดับเทพยุทธ์ของจั่วม่อ สามารถมองเห็นความลับในเคล็ดวิชาของอีกฝ่ายอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่จั่วม่อยังต้องประหลาดใจไม่น้อย โลกนี้นับว่าไม่เคยขาดคนฉลาดโดยแท้
ถึงกับมีผู้ที่สามารถคิดค้นอักขระเทพอันแปลกพิเศษ และเคล็ดวิชาที่พิสดารถึงเพียงนี้ได้
การปะทะหักหาญระหว่างยักษ์หมอกและคนผู้นั้นดุเดือดรุนแรงยิ่ง
ยักษ์หมอกระเบิดเสียงคำรามดังสนั่น ท่ามกลางสายหมอกล้นปรี่ ร่างมหึมาของยักษ์หมอกประหนึ่งขุนเขาตระหง่านง้า ใน