งหัวร่อชะงักค้างโดยพลัน ฟังดูคล้ายเป็นเสียงติดคอหรือเสียงสำลัก ทหารยันต์ทองคำดำสีหน้าแข็งทื่อ
สือผิ่นกับหยางกวงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น พากันบินไปค้นหาสินสงครามจากสตรีเผ่าปิศาจที่สังเวยชีวิตใต้คมดาบอย่างขะมักเขม้น
วันหนึ่งองครักษ์เสี่ยวฮั่วมาเข้าพบ นับตั้งแต่เหตุการณ์ลอบโจมตีในทะเลหมื่นสระเดือด นี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อเห็นหน้าองครักษ์เสี่ยวฮั่วอีกครั้ง
“ท่านปรมาจารย์!” องครักษ์เสี่ยวฮั่วมีสีหน้าละอายใจ “คราวที่แล้วผู้ต่าต้อยไม่อาจคุ้มครองท่านได้ นี่มันช่าง… …”
จั่วม่อแย้มยิ้ม “หากมิใช่ว่าข้ามีของวิเศษซ่อนไว้ในแขนเสื้ออยู่บ้างอาศัยการซุ่มโจมตีอันหมดจดเช่นนี้ แม้แต่ข้าเองก็ต้องพลาดท่าเสียทีเช่นกัน ใช่แล้ว สืบทราบความเป็นมาของคนเหล่านั้นหรือไม่?”
หลังจากส่งมอบเชลยให้แก่กุ่ยจู่สุสานหยิน จั่วม่อก็ไม่ได้ให้ความสนใจแก่เรื่องนี้อีก สำหรับมันดินแดนแห่งความมืดเป็นแค่ทางผ่านเท่านั้น ทันทีที่รักษาตัวจนทุเลาหายดี มันจะไปจากที่นี่ ไม่มีความสนใจในสงครามช่วงชิงอำนาจระหว่างขุมกำลังต่าง ๆ ที่นี่
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ เสี่ยวฮั่วสีหน้าดำทะมึนทันที “เป็นคนของเจียม่าน!”
“เจียม่าน?”
“ขอรับ เป็นหนึ่งในสี่จ้าวรัตติกาล” เสี่ยวฮั่วทำท่านึกขึ้นได้ กล่าวอย่างขวยเขิน “ข้าเกือบลืมไปเสียแล้ว กุ่ยจู่ขอเชิญท่านปรมาจารย์ไปสนทนา”
จั่วม่อพยักหน้า “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
เมื่อโดยสารรถม้ากระดูก พวกมันไปถึงที่พำนักของกุ่ยจู